ตำบลงิ้วราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ประชากรในตำบลนี้มีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เนื่องจากอัตราการเกิดของเด็กในครอบครัวลดลง ขณะที่คนรุ่นหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทิ้งให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านกับคู่สมรส หรือบางคนต้องอยู่เพียงลำพัง
ภาพ: ข้อมูลประชากรในตำบลงิ้วราย ปี 2567
ที่มา: อบต.งิ้วราย (2568), ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้
ข้อมูลประชากรของตำบลงิ้วรายในปีล่าสุดพบว่า สัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ กว่า 1 ใน 3 ของประชากรในตำบล ซึ่งตำบลงิ้วรายนี้นับได้ว่าเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว” (ผู้สูงอายุมีถึง 31% ของประชากรทั้งหมด) ในทางกายภาพ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงมีความสามารถในการทำงานและช่วยเหลือครอบครัวได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ หรือมีภาวะพึ่งพิง ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากครอบครัวหรือชุมชน การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังท้าทายบทบาทของชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการระดับพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ที่ควรจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างระบบรองรับและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุขในถิ่นเดิมของตน
องค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย (อบต.งิ้วราย) ด้วยการนำของผู้บริหารอบต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง (อาทิ กองสวัสดิการสังคม กองสาธารณสุข กองช่าง) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามกรอบ 3 เสาหลักของการสูงวัยอย่างมีพลัง ตามกรอบของ WHO1 ประกอบด้วย สุขภาพที่ดี (health) การมีส่วนร่วม (participation) และความมั่นคง (security) ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ โดยพยายามตอบสนองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพอยู่ในชุมชนอย่างภาคภูมิใจ และยังคงเป็นกำลังสำคัญของชุมชน โดยจำลองพื้นที่ของชุมชนให้เป็น “ชุมชนอุ่นใจ: พื้นที่เชื่อมใจของผู้สูงวัยงิ้วราย” ซึ่งในช่วงปี 2565-2567 อบต. ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ต่อยอดกิจกรรมเดิมและพัฒนากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างชุมชนอุ่นใจขึ้นมา โดยทางอบต.งิ้วราย ได้วางกรอบใหญ่ๆ ดังนี้
1. สร้างพื้นที่พบปะและแลกเปลี่ยน
การจัดตั้งโรงเรียนวัยเก๋างิ้วราย เพื่อเป็นเวทีพบปะประจำเดือน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ ผู้สูงอายุจะได้ออกมาพบเพื่อนบ้าน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Update ความรู้ ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การปลูกผัก ทำอาหาร งานฝีมือ หรือแม้กระทั่งการร้องรำทำเพลง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้สูงอายุที่นี่รู้สึกไม่โดดเดี่ยว ได้แสดงออก และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง
ภาพ: สร้างพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต และรับข้อมูลข่าวสาร
2. การส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง
อบต.งิ้วรายจัดกิจกรรมและส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัยและบุคคลที่สนใจในชุมชน เช่น แอโรบิก รำวง การจัดงานเดินวิ่ง เหล่านี้ก็เพื่อให้ผู้สูงอายุมีร่างกายที่แข็งแรง ป้องกันโรคที่มากับวัย และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสุขภาพประจำปี และให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมในวัยสูงอายุ
ภาพ: สร้างพื้นที่เพื่อการดูแลสุขภาพ
3. การส่งเสริมความรู้และทักษะชีวิต
อบต.งิ้วรายร่วมกับ รพ.สต. รวมทั้งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเอง การใช้ยาอย่างถูกต้อง การจัดการความเครียดในวัยสูงอายุ และทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน เช่น การใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกหลานและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้
4. การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในสังคม
อบต.งิ้วราย สนับสนุนให้ผู้สูงอายุรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น ช่วยกันดูแลความสะอาดในชุมชน การฝึกสอนกิจกรรม/ อาชีพ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีบทบาทและรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคม รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมการเล่นดนตรีและร้องรำทำเพลง โดยเฉพาะกลองยาว ซึ่งนักดนตรีล้วนเป็นผู้สูงอายุในชุมชน และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับสมาชิกด้วยการถูกรับเชิญให้ไปแสดงในโอกาสต่างๆ ภายในจังหวัดนครปฐมอีกด้วย
ภาพ: สร้างพื้นที่เพื่อการมีกิจกรรมร่วมกัน และสร้างความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง
ที่มา: อบต.งิ้วราย (2568), ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้
การที่สถาบันฯ ได้มีโอกาสร่วมมือทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ตำบลงิ้วราย ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ทำให้เห็นว่า บรรยากาศของตำบลงิ้วรายเต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้สูงอายุแข็งแรงมีสุขภาพดี รู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันครอบครัวและคนรุ่นใหม่ก็ได้รับบทเรียนและแรงบันดาลใจจากผู้สูงอายุที่ยังคงเข้มแข็งและมีบทบาทในสังคม ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคนทุกวัยในชุมชน ลดภาระของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ เพราะชุมชนมีระบบช่วยเหลือและดูแลกันเองได้
“ดีใจที่ได้ออกจากบ้านมาทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ แม้ว่าจะมีโรงเรียนผู้สูงอายุแค่เดือนละครั้ง ก็ทำให้กระชุ่มกระชวยได้บ้าง ไม่งั้นอยู่บ้านก็จะเหงา ไม่รู้จะทำอะไร ออกมาก็ได้รู้ ได้เห็น แล้วเราก็เอาไปใช้ได้ อย่างเช่นทำยาหม่องสมุนไพร เราก็ได้ใช้นะ” ผู้สูงอายุหญิงในตำบลงิ้วราย
“ดีนะที่เขา (อบต.) จัดเดินวิ่งกันทุกอาทิตย์ จากที่ไม่เคยก็มาเคยออกกำลังกายกับเขา เขาจัดดี นี่ก็มากันทั้งบ้าน ลูก หลานก็มาเดินวิ่งกับเขา ได้ออกมาเดินวิ่งในหมู่บ้านของเรา บรรยากาศดีไม่แพ้ที่อื่นนะ ... อบต. เขาก็จัดให้เราดีมากๆ อยากให้มีอีกเรื่อยๆ เลย ... นี่ก็นับว่าป้าออกกำลังกายได้มากกว่าเมื่อก่อนมาก ” ผู้สูงอายุหญิงในตำบลงิ้วราย
การทำงานเพื่อดูแลคนในชุมชนของอบต.งิ้วราย ได้สะท้อนภาพให้สังคมเห็นว่า แม้จะเผชิญกับความท้าทายของสังคมสูงวัย แต่ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายและการจัดการที่มีทิศทางที่ดี ก็สามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างสังคมที่ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาท มีคุณค่า และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้
“ต้องยอมรับว่า ในหมู่บ้านของเรา มองไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้สูงอายุ เราก็ต้องดูแลคนกลุ่มนี้มากๆ เพราะเขาอยู่ติดบ้าน ไม่งั้นก็จะแย่ลงไปเรื่อยๆ เราต้องหาทางดึงเขา (ผู้สูงอายุ) ออกจากบ้าน ได้พบเจอเพื่อน ได้ทำกิจกรรม และต้องได้เรียนรู้ในหลายๆ เรื่องเลย เช่น การดูแล และป้องกันในเรื่องสุขภาพของตัวเอง ทำให้เขารู้ว่าเขายังมีคุณค่าในตัวเอง อันนี้ก็สำคัญมาก ต้องให้เขาอยู่อย่างมีความสุข” นายกอบต.
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงกลุ่มคนที่ต้องการการดูแลเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของชุมชน ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง ดังนั้น หน่วยงานในระดับพื้นที่จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง