
ที่มา freepik.com
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความรู้สึกไม่สบายใจของผู้คนจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่กระบวนการเลือกตั้งล่วงหน้า ไปจนถึงการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีรายงานความล่าช้า ในบางประเทศ บัตรเลือกตั้งเกือบไม่ทันถูกส่งกลับประเทศไทย ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศบางพื้นที่ ก็พบปัญหาด้านการจัดการ เช่น การระบุเขตเลือกตั้งผิด หรือรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความเรียบร้อยและความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง ความไม่แน่ใจว่า “เสียงของเรา” จะถูกนับอย่างถูกต้องหรือไม่ ค่อยๆกลายเป็นความกังวลที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ข่าวสารทางการเมืองและการถกเถียงในสังคมถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศเช่นนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อความรู้สึก เหนื่อยใจ และความเครียดของผู้คนจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกเหนื่อยใจกับการเมืองไม่ใช่เรื่องแปลก งานวิจัยด้านสุขภาพจิตชี้ว่า บรรยากาศทางการเมืองสามารถกลายเป็นแหล่งความเครียดของคนทั่วไปได้ โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมเต็มไปด้วยความกดดัน ความคาดหวัง และความไม่แน่นอน
งานศึกษาจำนวนหนึ่งยังพบว่า แม้แต่นักการเมืองซึ่งอยู่ใกล้การเมืองมากที่สุด ก็ยังเผชิญผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากแรงกดดันเหล่านี้ เมื่อแรงกดดันในลักษณะเดียวกันแผ่กระจายอยู่ในสังคม คนทั่วไปจึงอาจรู้สึกเหนื่อยใจ อ่อนล้า หรือเครียดโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่ได้มีบทบาททางการเมืองโดยตรงก็ตาม¹
แม้เราอาจไม่ได้มีบทบาททางการเมืองโดยตรง แต่ความตึงเครียดและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในบรรยากาศทางการเมืองก็ส่งผลมาถึงคนทั่วไป ข่าวการเมืองที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้หลายคนรู้สึกเหนื่อยใจ อ่อนล้า หรือรู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์รอบตัวไม่ได้ งานวิจัยชี้ว่า การเสพข่าวการเมืองบ่อย ๆ ในช่วงเวลาที่สังคมตึงเครียด สามารถเพิ่มความเครียดและความวิตกกังวลได้2
โซเชียลมีเดียยิ่งทำให้ความรู้สึกนี้หนักขึ้น การเห็นความขัดแย้ง การกล่าวโทษ หรือการใช้ถ้อยคำรุนแรงซ้ำๆ อาจทำให้หลายคนรู้สึกหมดแรงทางใจ งานวิจัยพบว่า การเผชิญความคิดเห็นทางการเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่องบนโซเชียล ไม่ได้ช่วยให้ทุกคนเข้าใจกันมากขึ้นเสมอไป แต่กลับเพิ่มความเครียดให้กับผู้รับสารจำนวนไม่น้อย3

ที่มา freepik.com
ความเหนื่อยล้าในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งอาจมาจาก “ความไม่แน่นอน” ของสถานการณ์ การไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งจะนำพาไปสู่ทิศทางแบบใด ทำให้เกิดความรู้สึกไร้อำนาจในการควบคุมอนาคต ซึ่งตามหลักจิตวิทยาแล้ว สภาวะเช่นนี้ถือเป็นปัจจัยหลักที่เชื่อมโยงกับความเครียดและระดับความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ4
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรเลิกสนใจการเมือง แต่เป็นการย้ำว่า ความเครียดจากการเมืองเป็นเรื่องจริง และสมควรถูกพูดถึง การเลือกเสพข่าวเท่าที่รับไหว พักจากหน้าจอเมื่อรู้สึกหนักใจ หรือยอมรับว่าตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องรับรู้ทุกข้อมูล อาจเป็นวิธีดูแลใจตัวเองในช่วงเวลาที่สังคมกำลังตึงเครียด
ในช่วงที่การเมืองกำลังเดินไปสู่จุดที่ต้องตัดสินใจ การดูแลสุขภาพใจของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การไปใช้สิทธิเลย

ที่มา Gemini
อ้างอิง
ที่มา https://themomentum.co/ruleoflaw-directaction/
ที่มา gemini
