บทความนี้เริ่มต้นจากบทสนทนากับนักธุรกิจที่ให้บริการจัดงานฌาปนกิจแก่ผู้วายชนม์ แต่เมื่อมีลูกค้าขอให้จัดพิธีเพื่อสัตว์เลี้ยงที่จากไป เธอจึงได้รับประสบการณ์ครั้งแรกในการจัด “ฌาปนกิจแมว”
เธอเล่าให้ฟังว่าลูกค้าเป็นคนรู้จัก และมีแมวที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี มันจึงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ความผูกพันที่ยาวนานนี้ จึงทำให้ไม่สามารถลาจากกันด้วยการฝังร่างไว้ใต้ต้นไม้ เมื่อการรักษาโดยสัตวแพทย์ ไม่อาจยื้อชีวิตน้องแมวไว้ได้ ลูกค้าจึงปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำในการจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลและเก็บกระดูกแมวไว้ บริการฌาปนกิจแก่ผู้วายชนม์จึงเป็นจุดเริ่มต้นส่งน้องแมวผู้จากไป
ทีมงานบริการฌาปนกิจขับรถไปรับร่างน้องแมวที่บ้านของเจ้าของแล้วนำไปที่วัด พร้อมกับเตรียมสังฆทานและผ้าห่อกระดูก ร่างน้องแมวถูกวางบนเบาะและนิมนต์พระเพื่อสวดมนต์ และถวายสังฆทาน แล้วจึงนำร่างน้องแมวไปวางบนแท่นที่มีฟืน ถ่าน และสังกะสีรองกระดูกเพื่อการฌาปนกิจ ซึ่งไม่ต่างจากพุทธพิธีอย่างเรียบง่ายสำหรับผู้วายชนม์

รูป 1 พิธีสวดมนต์และถวายสังฆทาน
หลังการฌาปนกิจเสร็จสมบูรณ์ ทีมงานได้เก็บกระดูกเพื่อให้เจ้าของมาคัดแยกชิ้นส่วนกระดูก เช่น ฟัน ขา เพื่อเก็บไว้ เจ้าของเลือกที่จะเผาร่างน้องแมวแทนการฝัง ซึ่งคล้ายกับประเพณีพุทธศาสนาของคนไทย เพราะสะดวกและสามารถเก็บกระดูกไว้บูชาหรือระลึกถึงได้ที่บ้านหรือนำกระดูกสัตว์เลี้ยงไปทำเครื่องประดับเพื่อการระลึกถึง

รูป 2-3 การฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง (ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงและผู้ถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่แล้ว)
แม้บริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงจะเป็นสิ่งที่สังคมไทยยังไม่คุ้นเคยนัก แต่ความต้องการบริการนี้มีเพิ่มมากขึ้น เมื่อคนผูกพันกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นคนในครอบครัว ผู้เขียนจึงได้ถามถึงความเป็นไปได้ของการจัดให้มีบริการงานศพแก่สัตว์เลี้ยงที่เป็นระบบ คล้ายกับการจัดการงานศพของมนุษย์ ผู้ให้บริการฌาปนกิจให้ความเห็นว่า หากจะดำเนินการเป็นธุรกิจอาจต้องเตรียมแผนการดำเนินงานหลายอย่าง ทั้งเรื่องโลงศพสัตว์เลี้ยงที่ต้องออกแบบโลงศพให้มีขนาดเล็กตามสัดส่วนของประเภทสัตว์เลี้ยง สีสันและรูปแบบของโลงศพต้องสื่อถึงสัตว์เลี้ยงมากขึ้นตามความประสงค์ของเจ้าของ โดยสามารถประยุกต์จากโลงศพของมนุษย์ได้ แพ็คเกจบริการก็อาจแตกต่างกันตามวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ หรือกระบวนการเพิ่มเติม เช่น การลอยอังคาร อัตราค่าบริการในกรณีน้องแมวที่เป็นกรณีแรกนี้ ผู้ให้บริการฌาปนกิจคิดค่าบริการ 2,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าปกติ เนื่องจากเป็นคนรู้จักและยังไม่มีประสบการณ์ฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงมาก่อน จึงไม่ได้กำหนดราคามาตรฐานไว้
ผู้คนในปัจจุบันให้คุณค่าแก่สัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว เนื่องจากสัตว์เลี้ยงเข้ามาเติมเต็มความรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นการสนับสนุนทางอารมณ์ให้แก่เจ้าของ จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน ดังนั้น การสูญเสียสัตว์เลี้ยงจึงสร้างความเสียใจอย่างลึกซึ้งให้แก่เจ้าของและครอบครัว
พิธีกรรมฌาปนกิจให้แก่สัตว์เลี้ยงที่จากไป มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของได้ทำสิ่งสุดท้ายให้ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงที่รัก ซึ่งช่วยทำให้จิตใจสงบ และไม่รู้สึกค้างคาใจต่อสัตว์เลี้ยงผู้เป็นที่รัก ซึ่งคล้ายกับการดูแลแบบประคับประคองสำหรับมนุษย์ พิธีกรรมครั้งสุดท้ายนี้จึงเปิดโอกาสให้เจ้าของได้มีโอกาสแสดงความรักความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นการเยียวยาจิตใจของเจ้าของผู้สูญเสียสิ่งที่รัก
บริการฌาปนกิจนี้จึงสะท้อนการขยายแนวคิด "การตายดี" ของมนุษย์ไปสู่สัตว์เลี้ยง โดยเน้นการจัดเตรียมให้ทุกฝ่าย ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ได้จากกันอย่างสงบและสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ ในบางกรณี การได้เก็บกระดูกไว้ใกล้ตัว เช่น ในโกศหรือทำเครื่องประดับ อาจช่วยให้เจ้าของรู้สึกว่าพวกเขายังคงอยู่ใกล้กัน

รูป 4 น้องแมว “ปีใหม่ You will be loved & missed forever.”
ผู้ให้บริการฌาปนกิจกล่าวว่า ธุรกิจนี้อาศัยความเชื่อถือและความไว้วางใจเป็นสำคัญ ลูกค้ามักจะเลือกใช้บริการในพื้นที่ที่คุ้นเคย การขยายธุรกิจจากเมืองเล็กๆ ไปสู่ต่างจังหวัด จึงอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าตลาดของธุรกิจนี้อาจเติบโตขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก และคลินิกสัตวแพทย์บางแห่งในกรุงเทพฯ ก็เริ่มมีบริการฌาปนกิจแบบครบวงจรแล้ว
เนื่องจาก พี่ชายของผู้ให้บริการฌาปนกิจเป็นสัตวแพทย์ และผู้ให้บริการฌาปนกิจมีฟาร์มสุนัข รวมทั้งมีประสบการณ์ในการจัดบริการงานศพของคน ทำให้มีความเข้าใจในกระบวนการและความรู้สึกของเจ้าของ และมีแนวทางในการให้บริการคือ "อยู่หรือไป ไร้กังวล" สำหรับครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งสะท้อนปรัชญาการทำงานที่ต้องการให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับความตาย ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
การฌาปนกิจแมวหรือสัตว์เลี้ยงเป็นความเชื่อและพิธีกรรมคล้ายกับการจัดการศพของมนุษย์ การเผาร่างและการทำพิธีกรรมช่วยให้เจ้าของรู้สึกว่าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก ซึ่งช่วยปลอบประโลมจิตใจและทำให้สบายใจ ไม่รู้สึกค้างคาใจ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการประคับประคองจิตใจ การจัดพิธีกรรมหลังจากสัตว์เลี้ยงเสียชีวิต โดยเฉพาะการได้เก็บกระดูกของสัตว์เลี้ยงไว้ ทำให้เจ้าของรู้สึกว่ายังคงมีความผูกพันและมีสิ่งที่จับต้องได้ เพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และช่วยให้จิตใจกลับมาเข้มแข็งได้
