ผู้เขียนชวนคุณผู้อ่านลองนึกภาพว่า หากคุณเดินออกจากบ้านแค่ไม่กี่ก้าว ก็เจอร้านสะดวกซื้อเปิดไฟสว่างตลอด 24 ชั่วโมง ด้านในมีตู้แช่เบียร์เรียงเป็นแถว มีบุหรี่วางอยู่หลังเคาน์เตอร์พนักงานคิดเงิน แม้ไม่เดินออกจากบ้าน ก็ยังมีแอปพลิเคชั่นหรือโซเชียลมีเดียสั่งของ มาส่งถึงหน้าประตูบ้าน ความสะดวกแบบนี้ อาจดูเป็นเรื่องปกติของชีวิตในปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้วมีผลต่อพฤติกรรมของเรามากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องการซื้อสุราและยาสูบ
สุราและยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง1 และยังเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุ ความรุนแรง และปัญหาครอบครัว2 หลายคนมักมองว่า การดื่มหรือการสูบบุหรี่เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่ในความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยทั่วโลกชี้ตรงกันว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะความง่ายในการซื้อ เช่น มีร้านค้าอยู่ใกล้บ้าน เพิ่มโอกาสที่จะซื้อสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น3 เฉกเช่นกรุงเทพมหานครเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองที่การเข้าถึงสุราและยาสูบได้ง่าย ข้อมูลจากโครงการสำรวจพฤติกรรมการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2568 ได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-60 ปี จำนวน 1,000 คน เพื่อสำรวจว่า คนกรุงเทพฯ ซื้อสุราและยาสูบมากแค่ไหน ใครเป็นกลุ่มที่ซื้อบ่อย และการมีร้านค้าอยู่รอบตัว รวมถึงร้านค้าออนไลน์ มีผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างไร
ผลการศึกษาพบว่า การซื้อสุราเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในชีวิตคนเมือง โดยมากกว่า 6 ใน 10 ของคนกรุงเทพฯ ระบุว่า เคยซื้อสุราในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา และสุราที่นิยมที่สุด คือ เบียร์ รองลงมาคือ สุราสี (เหล้าสี) ในขณะที่การซื้อยาสูบ หรือบุหรี่พบประมาณ 4 ใน 10 คน ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยยาสูบที่ซื้อมากที่สุด คือ บุหรี่ซองทั่วไป รองลงมาคือ ยาเส้น4 นอกจากนี้ การซื้อสุราและยาสูบไม่ได้เกิดขึ้นเท่าๆ กันในทุกกลุ่มของคนกรุงเทพฯ ผู้ชายมีแนวโน้มซื้อสุราและยาสูบมากกว่าผู้หญิง กลุ่มวัยทำงานตอนต้นถึงกลางที่มีอายุ 26–40 ปี เป็นกลุ่มที่ซื้อสุราและยาสูบมากกว่ากลุ่มอายุ 18-25 ปี และกลุ่มอายุมากกว่า 40 -60 ปี (รูปที่ 1-4) พฤติกรรมการดื่มและสูบยาสูบจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องช่วงชีวิต เช่น วัยทำงานมักมีรายได้ มีสังคม และมีโอกาสเข้าสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มและการสูบมากขึ้น5




อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ใช่แค่ “ใครซื้อ” แต่คือ “ซื้อได้ง่ายแค่ไหนเมื่อคนเข้าถึงร้านสะดวกซื้อและร้านขายของชำในชุมชน มีโอกาสซื้อสุราและยาสูบมากกว่าคนที่ไม่เข้าถึง ร้านค้าเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นจุดจำหน่ายหลัก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้บ้านและที่ทำงาน เปิดให้บริการต่อเนื่อง และมีการจัดวางสินค้าในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย ความหนาแน่นและความใกล้ชิดของจุดจำหน่ายจึงเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ แม้ว่ากฎหมายของประเทศไทยห้ามขายยาสูบและผลิตภัณฑ์ยาสูบและสุราให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามขายยาสูบไฟฟ้าโดยเด็ดขาด6, 7 แต่การเข้าถึงทางกายภาพที่สะดวกและแพร่หลายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการซื้อในทางปฏิบัติ
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า คนกรุงเทพฯ สามารถสั่งซื้อสุราและยาสูบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งสะท้อนปัญหาอีกด้านหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมาย การซื้อขายผ่านออนไลน์ทำได้ง่ายและรวดเร็ว และแทบไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้ออย่างเข้มงวด จึงทำให้กฎหมายที่ห้ามขายให้สุราและยาสูบผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ถูกเลี่ยงได้ง่ายในโลกดิจิทัล ส่งผลให้มาตรการควบคุมที่ใช้ในร้านค้าทั่วไปอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร เมื่อย้ายมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์
ผลการศึกษานี้จึงสะท้อนช่องโหว่สำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอายุ 18–25 ปี ซึ่งตามกฎหมายยังไม่ควรเข้าถึงสุราและยาสูบได้ง่ายขนาดนี้ แต่ในชีวิตจริงกลับสามารถซื้อได้ทั้งจากร้านใกล้บ้านและช่องทางออนไลน์ ช่องโหว่นี้มิได้เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว หากแต่เชื่อมโยงกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างหลายระดับ ประการแรก ในระดับกฎระเบียบ แม้ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อไว้อย่างชัดเจน6, 7 ปัจจุบันการจำหน่ายยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตของกรมสรรพสามิต อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวมุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีและการกำกับการจำหน่ายตามประเภทสินค้า มากกว่าการใช้ใบอนุญาตเป็นเครื่องมือเชิงพื้นที่เพื่อควบคุมจำนวนและความหนาแน่นของจุดจำหน่ายในมิติด้านสาธารณสุข รวมถึงกลไกกำกับการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ยังมีข้อจำกัดในการบังคับใช้ ประการที่สอง ในระดับการบังคับใช้ แม้กฎหมายกำหนดโทษไว้ แต่การตรวจสอบอายุผู้ซื้อและการสุ่มตรวจร้านค้ายังไม่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ8, 9 ข้อมูลจากการสำรวจการบริโภคยาสูบในเยาวชนไทย พ.ศ. 2565 ระบุว่า เยาวชนไทยส่วนหนึ่งยังสามารถซื้อบุหรี่จากร้านค้าได้โดยไม่ถูกปฏิเสธการขาย สะท้อนช่องว่างในการกำกับดูแลผู้ค้าปลีก10 ประการที่สาม ในระดับผู้ประกอบการและบทลงโทษ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และแก้ไขเพิ่มเติม การฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องเวลาและสถานที่จำหน่าย มีโทษปรับตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ6, 7 ค่าปรับและมาตรการทางปกครองในทางปฏิบัติอาจยังไม่สร้างแรงจูงใจเชิงลบที่เพียงพอ เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการขายสินค้า
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การศึกษาในต่างประเทศพบว่า มาตรการที่มีประสิทธิผลมักประกอบด้วยการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อฝ่าฝืนซ้ำ และการสุ่มตรวจอย่างสม่ำเสมอ11-14 เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่าการใช้ระบบใบอนุญาตควบคุมร้านค้า การสุ่มตรวจการขายแก่ผู้เยาว์ และบทลงโทษทางปกครองที่เข้มงวด สามารถลดการขายให้ผู้เยาว์ได้ ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียการควบคุมพื้นที่ขายและระบบกำกับใบอนุญาตที่เข้มงวดสามารถลดการเข้าถึงของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม11-14 และการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบยืนยันว่า การจำกัดความหนาแน่นร้านจำหน่ายสุรามีความสัมพันธ์กับระดับการบริโภคที่ลดลงในเยาวชน15
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกกับคุณผู้อ่านและสังคมไทย คือ การลดปัญหาจากสุราและยาสูบ เป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมรอบตัว หากเมืองเต็มไปด้วยร้านค้าที่เข้าถึงง่าย การคาดหวังให้ทุกคน “มีวินัย ทำตามกฎหมาย” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การจัดการสิ่งแวดล้อมทางการขายจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของคนเมือง ดังนั้น นโยบายการควบคุมสุราและยาสูบควรให้ความสำคัญกับการควบคุมร้านสะดวกซื้อและร้านขายของชำในชุมชน รวมถึงการกำกับดูแลการขายยาสูบผ่านทางออนไลน์อย่างจริงจัง นอกจากนี้ การความอยากและแรงจูงใจในการสูบและการดื่ม เช่น การปรับขึ้นภาษีสุราและยาสูบเพื่อทำให้ราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าการเพิ่มราคาจะช่วยลดการซื้อและการบริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา16 การจำกัดหรือห้ามการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย เพื่อลดแรงจูงใจในการเริ่มดื่มหรือสูบ โดยเฉพาะการตลาดที่มุ่งเข้าถึงเยาวชน17
หากเราสามารถทำให้การเข้าถึงสุราและยาสูบยากขึ้นได้ควบคู่กับการลดความต้องการซื้อและการบริโภคสุราและยาสูบ เมืองก็จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเยาวชนที่กำลังเติบโตและเป็นกลุ่มกำหนดอนาคตของสังคมไทยต่อไป
เอกสารอ้างอิง
