เคยสงสัยไหมว่า “ทำไมบางคนถึงมีชีวิตยืนยาวจนเป็นศตวรรษิกชนคนร้อยปี?” ทั้งที่หลายคนอาจมีวิถีชีวิตไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีศตวรรษิกชนคนร้อยปีเพียงประมาณ 0.02% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น แต่งานวิจัยล่าสุดจากโครงการ “SWISS100” ซึ่งดำเนินการโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจนีวาและมหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ช่วยไขคำตอบ โดยพบว่า “ความลับของคนอายุยืน” อาจซ่อนอยู่ในระดับชีวภาพของร่างกายมนุษย์ งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Aging Cell ในปี 20261 ได้ถูกนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ SciTechDaily2 เช่นกัน
การศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์โปรตีนในเลือด จำนวนทั้งสิ้น 724 ชนิด โดยเปรียบเทียบประชากร 3 กลุ่ม ได้แก่ ประชากรอายุ 100–105 ปี จำนวน 39 คน ผู้สูงอายุวัย 80 ปี จำนวน 59 คน และประชากรวัยทำงานช่วงอายุ 30–60 ปี จำนวน 40 คน “โปรตีนในเลือด”เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพร่างกายมนุษย์ ได้แก่ การอักเสบ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และกระบวนการเผาผลาญพลังงานหรือที่รู้จักกันว่า เมตาบอลิซึม (Metabolism) ผลการศึกษาที่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะพบว่า ศตวรรษิกชนคนร้อยปี มีลักษณะทางชีวภาพบางอย่างที่ “คล้ายคนหนุ่มสาว” มากกว่าประชากรวัย 80 ปีเสียอีก กล่าวง่ายๆ คือ คนที่อายุยืน ไม่ได้แค่สูงวัยกว่าเท่านั้น แต่ร่างกายของประชากรกลุ่มคนร้อยปีนี้ยังสามารถ “รักษาความสมดุล” ได้ดีในหลายระบบ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่มีอายุยืนไม่ได้หลีกเลี่ยงกระบวนการชราโดยสิ้นเชิง แต่มี “การชะลอกลไกสำคัญบางประการของความเสื่อม” อย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเรื่องของ “การอักเสบ” ของร่างกาย โดยปกติแล้วเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการอักเสบระดับต่ำสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน อัลไซเมอร์ แต่ในกลุ่มคนอายุ 100 ปี พบว่ามีระดับการอักเสบต่ำกว่าอย่างชัดเจน ทำให้ร่างกายเสื่อมช้าลง
อีกประเด็นหนึ่งคือ “ภาวะความเครียดของเซลล์ออกซิเดชัน (Oxidative stress) เป็นแนวคิดสำคัญในด้านชีววิทยาและสุขภาพ ที่อธิบายถึงความไม่สมดุลภายในร่างกาย กล่าวคือ เมื่อร่างกายสร้างอนุมูลอิสระมากเกินไป หรือมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ ความไม่สมดุลนี้จะนำไปสู่การสะสมของความเสียหายในระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการเสื่อมของร่างกาย (aging) และโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคทางระบบประสาท ทั้งนี้ งานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีอายุยืนมักมีระดับภาวะความเครียดออกซิเดชันต่ำกว่า จึงอาจช่วยชะลอความเสียหายของร่างกายและลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาว
ในขณะเดียวกัน ระบบการเผาผลาญ หรือเมตาบอลิซึม (metabolism) ของศตวรรษิกชนคนร้อยปียังทำงานได้ดีกว่าคนกลุ่มอื่น โดยเฉพาะการควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และยังพบว่าโครงสร้างของเนื้อเยื่อในร่างกาย (เช่น ผิวหนังและหลอดเลือด) ยังคงแข็งแรง ไม่เสื่อมเร็วเหมือนคนทั่วไป

ภาพโดย Gemini AI
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยจากโครงการ “SWISS100” นี้ เสนอว่า ปัจจัยสำคัญของการมีอายุยืนยาวไม่ได้อยู่ที่ “การทำงานที่มากขึ้น” ของระบบชีวภาพ แต่เป็น “ความสมดุลของระบบต่างๆ” โดยเฉพาะในด้านการอักเสบ เมตาบอลิซึม และความเครียดของเซลล์ออกซิเดชัน กล่าวคือ ร่างกายของผู้ที่มีอายุยืนยาวจนถึง 100 ปี จะสามารถรักษาสภาวะสมดุลของร่างกายได้ดีกว่าคนกลุ่มอื่นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ การมีอายุยืนไม่ใช่เรื่องของโชคหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของการดูแลร่างกายอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต นักวิจัยชี้ว่า “พันธุกรรม” มีส่วนต่อความยืนยาวของมนุษย์เพียงประมาณ 20–30% เท่านั้น ที่เหลือขึ้นอยู่กับ “ลีลาชีวิต (life style)” ของแต่ละคน นั่นหมายความว่า การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับให้เพียงพอ รวมถึงการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุลได้ดีขึ้น และอาจช่วยให้เรา “มีชีวิตยืนยาวขึ้น” ด้วย ดังนั้น แม้เราอาจไม่สามารถควบคุมทุกปัจจัยได้ แต่การเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพมากขึ้นในอนาคต
ข้อค้นพบนี้มีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาวะของประชากร โดยชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในพฤติกรรมสุขภาพตลอดช่วงชีวิต (life-course approach) สามารถช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของร่างกายในระดับชีวภาพได้ และเพิ่มโอกาสในการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จนกลายเป็นศตวรรษิกชนคนร้อยปีได้
เอกสารอ้างอิง
ภาพโดย: Gemini AI
