The Prachakorn

มักกะห์ อัล-ฮะรอม: ความย้อนแย้งระหว่างศรัทธาและทุนนิยม


อารี จำปากลาย

07 พฤษภาคม 2569
129



บันทึกการเดินทางระหว่างการทำอุมเราะห์ วันที่ 1-17 เมษายน 2569 (12-28 Shawwal 1447 AH) 

ความเสมอภาคต่อหน้าพระเจ้า

ทุกปี มุสลิมนับล้านคนจากทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้าสู่จุดเดียวกันบนแผนที่โลก ผู้ชายสวมเพียงผ้าขาวสองผืนที่ไม่มีตะเข็บ ผู้หญิงในชุดเรียบง่ายที่สุด ลบเลือนสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง เชื้อชาติ และสถานะทางสังคม พวกเขามาพร้อมน้ำตาแห่งความปีติและคำวิงวอน มาในฐานะผู้เท่าเทียมกันต่อหน้าพระเจ้า

ฮัจญ์และอุมเราะห์: การยอมจำนนและการถอดวางตัวตน

นี่คือ ฮัจญ์1 หนึ่งในเสาหลักทั้งห้าของอิสลาม และพันธกิจที่มุสลิมทุกคนที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และการเงิน ที่ต้องปฏิบัติอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต สำหรับผู้ที่ไม่อาจทำฮัจญ์ได้ อุมเราะห์2 - การแสวงบุญรูปแบบย่อ -  เป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริมอย่างยิ่ง เป็นความสมัครใจที่มีผลบุญอันประมาณค่ามิได้ ด้วยเจตนาอันเหมือนกัน คือการมายืนต่อหน้าบ้านของพระเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ ความถ่อมตน และความจริงใจที่มุ่งตรงต่อพระอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว

ภาพประกอบโดย ผู้เขียน

การทำฮัจญ์ และอุมเราะห์ไม่ใช่พิธีกรรมแห่งความสะดวกสบาย หากแต่เป็นการยอมจำนนและการถอดวางตัวตน ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)3 ทรงทำฮัจญ์เพียงครั้งเดียวในชีวิต และคำสอนครั้งสุดท้ายของท่าน ณ ทุ่งอะรอฟะห์4 เป็นสารแห่งภราดรภาพ ความยุติธรรม และความเสมอภาค ที่ยังคงกังวานมาถึงสิบสี่ศตวรรษ การยืนอยู่ต่อหน้ากะอ์บะฮ์5 คือการยืนอยู่ที่ศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของทั้งหมดนั้น

เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ถูกล้อมรอบด้วยความฟุ่มเฟือย

กระนั้นก็ตาม นอกมัสยิดอัลฮะรอม6 ไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่รายล้อมพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก ต้อนรับผู้แสวงบุญในวันนี้กลับเป็นความฟุ่มเฟือยที่น่าตะลึง โรงแรมหรูของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกตั้งตระหง่านเหนือมัสยิด ร้านบูติกดีไซเนอร์ และร้านอาหารห้าดาวเรียงรายตามทางเดินที่ผู้ศรัทธาในชุดอิฮฺรอม7 มุ่งสู่บ้านของพระเจ้า หอนาฬิกาที่ออกแบบตาม Big Ben มีพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนยอด ตั้งตระหง่านเหนือกะอ์บะห์ ภายในมีโรงแรม Fairmont ห้างสรรพสินค้า และทุกสิ่งของวิถีผู้มีฐานะ ห้องพักที่มองเห็นมัสยิดอัลฮะรอมอาจมีราคาสูงถึงหลายหมื่นบาทต่อคืนในช่วงฤดูแสวงบุญ

ภาพประกอบโดย ผู้เขียน

สำหรับผู้เขียน นี่คือความย้อนแย้งอย่างเปิดเผย ผู้แสวงบุญมาในสภาพที่จงใจสละความสุขสบาย -- ไม่มีน้ำหอม ไม่มีการประดับประดา ไม่มีสิ่งตกแต่ง – แต่กลับถูกห้อมล้อมด้วยพลังพาณิชย์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก น่าฉงนว่ากลิ่นอายของความอ่อนน้อมถ่อมตนและความจริงใจผสานกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมได้อย่างไร เสียงบทสวดแข่งกับแสงสีนีออน สำหรับผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งรบกวนที่ตัดทิ้งได้ แต่สำหรับผู้แสวงบุญครั้งแรกอีกหลายคนที่มาพร้อมความรู้สึกท่วมท้นและความเหนื่อยล้า ภาพที่เห็นนั้นสร้างความสับสนอย่างแท้จริง

ภาพประกอบโดย ผู้เขียน

Vision 2030 และราคาของการพัฒนา

ซาอุดีอาระเบีย ในฐานะผู้พิทักษ์มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง8 มีอำนาจอย่างมากเหนือลักษณะทางกายภาพและพาณิชย์ของมักกะห์ การพิทักษ์ดูแลนั้นมาพร้อมความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ซึ่งดูเหมือนกำลังถูกลดลำดับความสำคัญลงเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แผนพัฒนา Vision 20309 ได้เร่งการเปลี่ยนมักกะห์ให้เป็นจุดหมายการแสวงบุญระดับหรู ด้วยการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานชั้นสูง สถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญทางจิตวิญญาณและโบราณคดีถูกรื้อถอนเพื่อสร้างโรงแรมและห้างสรรพสินค้า ย่านที่ประสูติของท่านนบี (ซ.ล.) บ้านของเหล่าซอฮาบะห์10 สถานที่ที่ซ้อนทับด้วยความทรงจำอิสลามสิบสี่ศตวรรษ หลายแห่งสูญหายไปแล้ว สิ่งที่มาแทนที่คือ ห้องพักรายคืนและกาแฟรายแก้ว

มักกะฮ์เป็นของใคร

คำถามที่อยู่เหนือทั้งหมดนี้เป็นคำถามเชิงเทววิทยา: มักกะห์เป็นของใคร หากคำตอบคือ เป็นของมุสลิมทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ดังที่อิสลามยืนยันแล้ว การสงวนพื้นที่ใกล้กะอ์บะห์ที่สุดไว้สำหรับผู้แสวงบุญที่ร่ำรวยที่สุด หรือการกำหนดราคาที่ทำให้ความเรียบง่ายห่างไกลจากทำเลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดบนโลก ย่อมสมควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง มีบางอย่างที่ขัดแย้งอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมของศาสนาที่ห้ามการแสดงฐานะในสถานที่ประกอบศาสนกิจอย่างชัดเจน แต่กลับยอมให้มัสยิดที่สำคัญที่สุดในโลกอิสลามถูกล้อมรอบด้วยสัญญลักษณ์แห่งการบริโภคนิยมอันฟุ่มเฟือย

ภาพประกอบโดย ผู้เขียน

ประเด็นที่มุสลิมควรไตร่ตรอง

ตัวกะอ์บะห์เองในวันนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง — ลูกบาศก์โบราณเดิม ศิลาดำเดิม ผ้าคลุมเรียบง่ายเดิม —เตือนเราว่าจิตวิญญาณของสถานที่แห่งนี้ไม่อาจทำลายได้ ไม่ว่าสิ่งใดจะล้อมรอบอยู่ แต่ผู้แสวงบุญต้องถามตัวเองด้วยว่า: ฉันถูกเรียกมาเพื่อนมัสการพระเจ้า หรือมาเพื่อถูกขายประสบการณ์ ฉันกำลังทำฮัจญ์ หรือกำลังอยู่ในทัวร์หรูที่มีตารางกิจกรรมทางศาสนา

กระจกสะท้อนโลกมุสลิม

ความย้อนแย้งของมักกะห์ในวันนี้คือกระจกที่ส่องสะท้อนโลกมุสลิมโดยรวม สะท้อนการต่อสู้ร่วมกันของมุสลิมในการยึดมั่นคุณค่าแห่งความเรียบง่าย ความจริงใจ และภราดรภาพ ท่ามกลางยุคสมัยที่ให้รางวัลกับสิ่งตรงกันข้าม การดูแลจัดการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของซาอุดีอาระเบียเป็นความจริงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มุสลิมทั่วโลกมีสิทธิ์ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ แต่ความรับผิดชอบของผู้แสวงบุญแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว -- ปกป้องหัวใจ ต้านทานสิ่งรบกวน จดจำว่ากะอ์บะห์ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่สำหรับนักเดินทางผู้มั่งคั่งที่มองเห็นได้จากจากหน้าต่างห้องพักหรู แต่สำหรับบ่าวของพระเจ้าผู้มาพร้อมสิ่งเดียว – เจตนาที่จริงใจ

ภาพประกอบโดย ผู้เขียน

ท้ายที่สุด ไม่มีล็อบบี้หินอ่อนหรือแบรนด์ดีไซเนอร์ใดที่จะก้าวเข้าฮะรอม11 ไปพร้อมกับเราได้ สิ่งเหล่านั้นอยู่ข้างนอก ตรงที่มันควรอยู่ ความท้าทายและการต่อสู้ทางจิตวิญญาณที่ดำเนินต่อไป คือการละทิ้งมันไว้ที่นั่น

"และประกาศการแสวงบุญแก่มนุษย์ทั้งหลาย พวกเขาจะมาหาเจ้าด้วยเท้าและบนอูฐผอมโซทุกตัว จากทุกหุบเขาลึก" — อัล-ฮัจญ์ 22:27


คำอธิบาย

  1. ฮัจญ์ (Hajj - การแสวงบุญ) คือการเดินทางแสวงบุญไปยังนครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของศาสนาอิสลาม มุสลิมที่มีความสามารถทางร่างกายและฐานะทางการเงินมีหน้าที่ปฏิบัติอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยจะกระทำในช่วงเดือนซุลฮิจญะฮ์ (เดือนที่ 12 ของปฏิทินฮิจเราะฮ์) พิธีกรรมหลักได้แก่ การเฏาวาฟ (การเวียนรอบ) รอบกะอ์บะฮ์ (อาคารทรงลูกบาศก์) การวุกูฟ (การหยุดยืน) ที่ทุ่งอะเราะฟะฮ์ และการขว้างเสาหินที่มินา
  2. อุมเราะห์ (Umrah - การเยือน) คือการแสวงบุญรูปแบบย่อยังนครมักกะฮ์ ซึ่งแตกต่างจากฮัจญ์ตรงที่สามารถปฏิบัติได้ตลอดทุกช่วงเวลาของปี และไม่ถือเป็นข้อบังคับ แต่เป็นการปฏิบัติที่ได้รับการส่งเสริม พิธีกรรมหลักประกอบด้วย การครองอิฮ์รอม (การเข้าสู่สภาวะศักดิ์สิทธิ์) การเฏาวาฟ (การเวียนรอบ) รอบกะอ์บะฮ์ และการสะแ (การวิ่งเหยาะ) ระหว่างเนินเขาศอฟา และมัรวะฮ์
  3. (ซ.ล.) เป็นตัวย่อของวลีภาษาอาหรับ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม แปลว่า "ขอให้อัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความสันติแด่ท่าน" เป็นการแสดงความเคารพและความรักต่อท่านนบีมุฮัมมัด ซึ่งมุสลิมถือว่าเป็นสิ่งที่พึงกระทำทุกครั้งที่กล่าวถึงนามของท่าน ในภาษาอังกฤษมักเขียนย่อว่า (SAW) หรือ (PBUH) — Peace Be Upon Him 
  4. ทุ่งอะเราะฟะฮ์ (Arafah — การรู้จัก/การหยั่งรู้) คือที่ราบกว้างใหญ่ห่างจากนครมักกะฮ์ประมาณ 20 กิโลเมตร ในวันที่ 9 เดือนซุลฮิจญะฮ์ อันเป็นวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบปี ผู้แสวงบุญนับล้านคนมารวมตัวกัน ณ ที่ราบแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีวุกูฟ (การหยุดยืน) ตั้งแต่ตะวันคล้อยจนพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการทำฮัจญ์ บนทุ่งนี้มีเนินเขาเล็ก ๆ เรียกว่า ญะบัลอัรเราะห์มะฮ์ (ภูเขาแห่งความเมตตา) เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ทรงกล่าวสุนทรพจน์อำลาครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 632 อันเป็นสารแห่งความเสมอภาคและภราดรภาพของมนุษยชาติ
  5. กะอ์บะฮ์ (Kaaba) คืออาคารทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอัลฮะรอมในนครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาอิสลาม เปรียบได้ว่ากะอ์บะฮ์คือ "จุดศูนย์กลาง" ของโลกมุสลิม มุสลิมกว่า 1,800 ล้านคนทั่วโลกหันหน้าไปยังทิศทางของกะอ์บะฮ์ทุกครั้งที่ละหมาด วันละห้าเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่มุมใดของโลก อาคารนี้คลุมด้วยผ้าสีดำปักลวดลายด้วยด้ายทองเรียกว่า กิสวะฮ์ ที่มุมหนึ่งมีหินสีดำฝังอยู่เรียกว่า ฮะญะรุลอัสวัด (หินดำ) ซึ่งผู้แสวงบุญเดินเวียนรอบระหว่างการทำฮัจญ์หรืออุมเราะห์ ตามความเชื่อในอิสลาม กะอ์บะฮ์สร้างขึ้นครั้งแรกโดยนบีอิบรอฮีม (อับราฮัม) และบุตรชาย (นบีอิสมาอีล) เพื่อเป็นสถานที่เคารพภักดีต่อพระเจ้าองค์เดียว และยังคงทำหน้าที่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้
  6. มัสยิดอัลฮะรอม (มัสยิดต้องห้าม/ศักดิ์สิทธิ์) ตั้งอยู่ในนครมักกะฮ์ ถือเป็นมัสยิดที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกอิสลาม ภายในประดิษฐานกะอ์บะฮ์ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของการแสวงบุญฮัจญ์และอุมเราะห์
  7. อิฮ์รอม (Ihram การเข้าสู่สภาวะศักดิ์สิทธิ์) คือสภาวะแห่งความบริสุทธิ์ทางจิตใจและร่างกายที่ผู้แสวงบุญต้องทำก่อนปฏิบัติฮัจญ์หรืออุมเราะห์ แสดงออกผ่านการแต่งกายและการปฏิบัติตนตามข้อกำหนด เพื่อสื่อถึงความเสมอภาคของมนุษย์ต่อหน้าพระเจ้า โดยผู้ชายสวมผ้าขาวไม่เย็บตะเข็บเพียงสองผืน ส่วนผู้หญิงแต่งกายสุภาพปกปิดร่างกาย เปิดเฉพาะใบหน้าและมือ เพื่อละทิ้งสัญลักษณ์แห่งฐานะและชนชั้น ทั้งชายและหญิงต้องงดตัดผม งดใช้น้ำหอม และงดทะเลาะเบาะแว้ง ตลอดช่วงเวลาแสวงบุญ
  8. หมายถึง มัสยิดอัลฮะรอม (เชิงอรรถ 3) ในนครมักกะฮ์ และมัสยิดอันนะบะวีย์ (มัสยิดของนบี) ในนครมะดีนะฮ์ สร้างขึ้นโดยท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) หลังการอพยพจากมักกะฮ์ ภายในมีสุสานของท่านนบีซึ่งผู้แสวงบุญนิยมมาเยือนเพื่อแสดงความเคารพ
  9. วิสัยทัศน์ 2030 (Vision 2030) คือแผนพัฒนาแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ประกาศโดยมกุฎราชกุมาร เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MBS) ในปี ค.ศ. 2016 มีเป้าหมายหลักคือการปฏิรูปประเทศให้หลุดพ้นจากการพึ่งพารายได้น้ำมันและก้าวสู่เศรษฐกิจที่หลากหลาย วิสัยทัศน์ 2030 ส่งผลโดยตรงต่อการแสวงบุญด้วย เนื่องจากมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในมักกะฮ์และมะดีนะฮ์อย่างขนานใหญ่ เพื่อรองรับผู้แสวงบุญให้ได้ถึง 30 ล้านคนต่อปีภายในปี ค.ศ. 2030
  10. ซอฮาบะฮ์ (Sahabah บรรดาสหาย) คือกลุ่มบุคคลที่พบเห็น ติดตาม และศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ในช่วงชีวิตของท่าน และเสียชีวิตในสภาพมุสลิม ถืเป็นคนรุ่นแรกและมีเกียรติสูงสุดในประวัติศาสตร์อิสลาม มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดคำสอนของอิสลาม ทั้งในด้านอัลกุรอาน ฮะดีษ (วจนะของนบี) และแบบอย่างการปฏิบัติ (ซุนนะฮ์) สู่คนรุ่นต่อไป 
  11. ฮะรอม ในที่นี้หมายถึง เขตศักดิ์สิทธิ์ที่มีข้อกำหนดพิเศษ แบ่งเป็นสองแห่งหลัก คือ อัลฮะรอมอัลมักกีย์ (เขตศักดิ์สิทธิ์แห่งมักกะฮ์) ครอบคลุมนครมักกะฮ์และบริเวณโดยรอบ อนุญาตเฉพาะมุสลิมเท่านั้น ห้ามล่าสัตว์และตัดต้นไม้ภายในเขต และอัลฮะรอมอันนะบะวีย์ (เขตศักดิ์สิทธิ์แห่งมะดีนะฮ์) ครอบคลุมบริเวณรอบนครมะดีนะฮ์ มีข้อกำหนดคล้ายกัน สื่อถึงความหมายของการห้าม ความศักดิ์สิทธิ์ และการคุ้มครอง   

Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th