หากเอ่ยถึง “คิวพี” (kewpie) ภาพจำแรกของหลายคนอาจเป็นเด็กทารกผมจุกพุงป่อง สัญลักษณ์ของแบรนด์ผลิตภัณฑ์มายองเนสจากประเทศญี่ปุ่น หากใครอยู่ในแวดวงนักสะสมตุ๊กตาหรือของเล่นวินเทจก็จะรู้จักตุ๊กตาคิวพีในฐานะของสะสมสุดคลาสสิกที่ถูกผลิตออกมาในรูปแบบหลากหลายวัสดุ มีลักษณะรูปร่างหน้าตาการแต่งกายแตกต่างกันไปตามยุคสมัย แม้จะมีภาพลักษณ์ที่ดูเป็นญี่ปุ่น แต่ที่จริงแล้วคิวพีมีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเหล่าทารกมีปีกซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในรูปแบบภาพวาดในนิตยสารในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ต่อมาได้ปรากฏในหลายรูปแบบตั้งแต่ตัวการ์ตูนไปจนถึงของสะสมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ผู้คนชื่นชอบไปทั่วโลก
ทว่าเบื้องหลังรูปลักษณ์ที่น่าเอ็นดูและไร้เดียงสานี้ คิวพีไม่ใช่แค่ตุ๊กตาของเล่นเด็ก แต่คิวพีคือ “อาวุธทางวัฒนธรรม” ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกาที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคมทั้งเรื่องสิทธิสตรีและวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างแยบยล อาจกล่าวได้ว่าก่อนที่โลกจะรู้จักบาร์บี้ คิวพีนี่แหละที่เป็นแนวหน้าในการปูทางเพื่อสิทธิสตรีในยุคที่ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าคูหาเลือกตั้ง และปัจจุบันคิวพียังคงหลงเหลือมาในรูปแบบตุ๊กตาวัสดุพลาสติกขนาดเล็ก

ภาพที่ 1 ตุ๊กตาคิวพีวัสดุซอฟต์ไวนิล (soft vinyl) โดย Rose O’Neill Kewpie Japan
ที่มา: ผู้เขียน
แม้โลกจะรู้จักคิวพีผ่านขวดมายองเนส แต่แท้จริงแล้ว 'คิวพี' ถือกำเนิดจากปลายปากกาของโรส โอนีล (Rose O’Neill) นักวาดภาพประกอบชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคิวพีทั้งหมด และยังใช้ตัวละครที่เธอสร้างเพื่อสนับสนุนสิทธิสตรี
รากฐานในวัยเด็กมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้โอนีลมีมุมมองต่อโลกที่แตกต่างออกไป โอนีลเริ่มสร้างสรรค์งานศิลปะมาตั้งแต่เด็กด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวที่ไม่ได้เดินตามขนบสังคมกระแสหลัก พ่อของเธอเป็นปัญญาชนที่อยู่บ้านทำหน้าที่ดูแลลูก ในขณะที่แม่เป็นฝ่ายออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเป็นการสลับบทบาททางเพศแบบดั้งเดิมที่ถือว่าหาได้ยากในสมัยนั้น เมื่อโอนีลอายุ 19 ปี เธอขายผลงานศิลปะให้สำนักพิมพ์เพื่อหารายได้ส่งตัวเองเข้าโรงเรียนศิลปะ ต่อมาในช่วงที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นพ่วงมากับการบริโภคสื่อที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การ์ตูนกลายเป็นสินค้าชิ้นแรกๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เปิดโอกาสให้ศิลปินหญิงก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ในที่สุดโอนีลกลายเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ตีพิมพ์การ์ตูนช่อง (Comic Strip) และเป็นศิลปินหญิงเพียงคนเดียวที่ได้ทำงานกับกองบรรณาธิการนิตยสารแนวขบขันชื่อดังอย่าง Puck ในช่วงที่สำนักงานในนิวยอร์กไม่มีห้องน้ำสำหรับผู้หญิงด้วยซ้ำ1
จุดกำเนิดของคิวพีมาจากโอนีลมักจะวาดรูปกามเทพตกแต่งตรงด้านหัวและท้ายกระดาษเสมอ ซึ่งตัวการ์ตูนนี้ดันเข้าตาบรรณาธิการนิตยสาร Ladies’ Home Journal ต่อมาโอนีลจึงสร้างตัวละครคิวพีขึ้นมา ซึ่งดัดแปลงมาจากคิวปิด โดยระบุว่าคิวพีคือกึ่งเอล์ฟ (ภูตหรืออมนุษย์ในเทพนิยาย) กึ่งเทวดา ตั้งชื่อสะกดด้วยตัว K เพื่อสร้างความแตกต่างจากคิวปิด (Cupid) เหล่าคิวพีดำรงอยู่เพื่อทำความดี นำเสียงหัวเราะและความสุขมาสู่ผู้ที่ได้พบเจอ
ด้วยเหตุนี้เหล่าคิวพีจึงถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในนิตยสารผู้หญิง และกลายเป็นที่นิยมในทันทีหลังเปิดตัวได้เพียงแปดเดือน ต่อมานิตยสารอื่นๆ ต่างขอตีพิมพ์การ์ตูนคิวพีควบคู่ไปกับเรื่องราวของมัน ในไม่ช้าคิวพีก็ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์มากมาย และหลังจากวาดคิวพีได้ไม่กี่ปี โอนีลก็ได้รับจดหมายจากเด็กๆ ที่เขียนมาขอร้องว่าอยากได้คิวพีที่พวกเขาสามารถมีไว้เพื่อกอดและครอบครองได้ เธอจึงตกลงกับโรงงานผลิตตุ๊กตาสร้างคิวพีออกมาเป็นตุ๊กตาในรูปวัสดุพอร์ซเลน (เซรามิกประเภทหนึ่ง) ออกมาจำหน่ายและได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลาย
คิวพีถูกออกแบบมาในลักษณะเด็กทารกรูปร่างอ้วนท้วม แก้มป่องแดงระเรื่อ มีจุกผมบนศีรษะ ดวงตาที่มองค้อนไปด้านข้าง และปีกเล็กๆ ด้านหลัง เป็นตัวละครที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่มีพิษภัย ไร้เดียงสา ที่สำคัญคือคิวพีถูกออกแบบมาให้ไม่มีเพศที่ระบุชัดเจนเพื่อเป็นตัวแทนของความรักความเมตตาที่เข้าถึงต่อทุกคน ไม่จำกัดอยู่แค่หญิงหรือชาย
ในภาพประกอบการเล่าเรื่องในจักรวาลคิวพีนั้น แต่เดิมโอนีลมักจะสร้างสตอรี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในบ้านหรือเกี่ยวกับครอบครัว เนื่องจากเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในนิตยสารผู้หญิงและผู้อ่านที่มีความสนใจเรื่องในครัวเรือน โดยเน้นไปที่เด็กๆ เช่น เหล่าคิวพีรับหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้เด็กทารกที่กำลังดื้อกับพี่เลี้ยง ซึ่งทำให้ผู้หญิงที่หดหู่กับหน้าที่ดูแลบ้านรู้สึกดีขึ้น และสะท้อนให้สมาชิกในครอบครัวสามารถมองเห็นตนเองผ่านตัวละครที่ปรากฏในเรื่องได้ จากการสร้างสตอรี่ในบ้านที่คิวพีสร้างความดีและเสียงหัวเราะให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกเชื่อมโยง ผูกพัน และเข้าใจในนิสัยของคิวพีแล้ว ต่อมาโอนีลก็เริ่มนำเหล่าคิวพีมาท้าทายผู้อ่านด้วยการวิพากษ์สังคม
เหล่าคิวพีถูกนำเสนอในลักษณะนิสัยที่ซุกซน แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจในตัว ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสังคมที่นำทางผู้อ่านผ่านบทเรียนทางศีลธรรม เข้ามาแทรกแซงเพื่อแก้ไขความผิดปกติในครัวเรือนและสังคม ซึ่งถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สังคมทั้งในเรื่องความมั่งคั่งทางวัตถุ ขนบธรรมเนียม ความไม่เท่าเทียม เชื้อชาติ และเพศสภาพ โดยเฉพาะความยากจนของผู้คนในสลัม และยังส่งสารกลับไปยังผู้อ่านให้ตระหนักถึงศีลธรรมด้วย ตัวอย่างเช่น การเลือกปฏิบัติต่อความแตกต่างทางเชื้อชาติ โดยเล่าถึงเด็กผิวดำที่ไม่มีใครยอมเล่นด้วย ซ้ำยังถูกแม่ของกลุ่มเด็กผิวขาวขับไล่อย่างโหดร้ายด้วยแรงจูงใจจากการเหยียดเชื้อชาติ เหล่าคิวพีจึงปรากฏตัวขึ้นพาเด็กๆ บินไปที่ริมทะเลเพื่อเล่นสนุกกัน มอบความมั่นใจ ความร่าเริง และเย็บซ่อมเสื้อผ้าให้เด็กผิวดำ เรื่องราวนี้เผยให้มุมมองที่ค่อนข้างเปิดกว้างต่อคนดำในสังคมอเมริกัน เมื่อเทียบกับชาวอเมริกันผิวขาวที่มีอคติทางเชื้อชาติ เหล่าคิวพีปฏิบัติต่อคนผิวดำเป็นอย่างดีผ่านความใสซื่อบริสุทธิ์เพื่อส่งผ่านการวิพากษ์สังคมอย่างแนบเนียนแต่หนักแน่น2
ด้วยรูปลักษณ์ไร้เดียงสากับนิสัยใจดีเป็นมิตรของคิวพีที่ผู้อ่านมีความเข้าใจอยู่แล้ว ทำให้ข้อความหรือประเด็นสังคมที่คิวพีสื่อสารออกมานั้นดูเข้าถึงง่าย มีเจตนาเรียบง่ายบริสุทธิ์ ส่งต่อความดี และดูไม่คุกคามผู้อ่านที่ยึดถือแนวคิดอนุรักษนิยม แม้บางประเด็นจะเกี่ยวกับการเมืองหรือเป็นที่ถกเถียงกันมากในสมัยนั้นก็ตาม พิสูจน์ให้เห็นว่า อำนาจแห่งความไร้เดียงสานั้นมีอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าสุนทรพจน์ทางการเมืองหรือการประท้วงที่ดุดัน
ความตั้งใจของโอนีลในการใช้คิวพีเพื่อช่วยเหลือสังคมนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สารที่เธอสื่อผ่านภาพประกอบ แต่ยังไปถึงการส่งมอบโอกาสผ่านวัตถุที่จับต้องได้ที่สะท้อนผ่านกระบวนการผลิตตุ๊กตาคิวพี โอนีลลงทุนเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีด้วยตนเองเพื่อเฝ้าดูขั้นตอนการปั้นแบบและผลิตตุ๊กตาในโรงงานอย่างใกล้ชิด สิ่งที่สะท้อนถึงหัวใจของศิลปินที่ดีที่สุดคือคำพูดของโอนีลที่ร้องขอถึงความต้องการของเธอว่า “ตุ๊กตาคิวพีตัวที่ขนาดเล็กที่สุด จะต้องเป็นตัวที่ดีที่สุด ...เราต้องตั้งราคาให้เด็กที่ยากจนสามารถซื้อได้ และพวกมันต้องออกมาดีจริงๆ”
“เพราะฉันเติบโตมาจากความยากจน คุณรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนสำหรับเด็กยากจนที่จะมีตุ๊กตาสักตัว?”3

ภาพที่ 2 ตุ๊กตาคิวพีวัสดุซอฟต์ไวนิล (soft vinyl) รุ่น Cameo ผลิตโดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา
ที่มา: ผู้เขียน
สำหรับโอนีลแล้ว คิวพีไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับชนชั้นสูง แต่คือเพื่อนของคนทุกชนชั้น การทำให้คิวพีราคาถูกมีคุณภาพดีที่สุด คือการพังทลายกำแพงชนชั้นผ่านวัฒนธรรมทางวัตถุ คิวพีตัวเล็กเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งของเล่นที่ปลอบประโลมใจ และเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมที่เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะครอบครองได้
ในต้นศตวรรษที่ 20 ตุ๊กตากับแนวคิดดั้งเดิมเรื่องความเป็นเด็กผู้หญิงและครอบครัวมักมาคู่กันเสมอ แต่คิวพีกลับใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่มีอยู่กับผู้บริโภคเป็นหัวหอกในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางการเมืองและสังคม สนับสนุนความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ ช่วยเหลือคนยากจนอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของผู้หญิง และต่อสู้กับความเข้าใจที่เหมารวมว่าเฟมินิสต์มักถูกมองว่าน่าเกลียด สุดโต่ง และต่อต้านผู้ชายอีกด้วย
นอกจากนี้โรส โอนีลยังสนับสนุนสิทธิสตรีโดยการสื่อสารผ่านความตลกด้วยการวาดภาพการ์ตูนช่องและโปสการ์ดรณรงค์สิทธิเลือกตั้ง เธอใช้ภาพวาดเด็กเล็กเดินขบวนเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งให้แก่แม่ของพวกเขา พร้อมข้อความที่ดูเบาแต่เฉียบคมว่า ‘เรื่องอาหาร สุขภาพ การเล่น เรื่องในบ้าน ในโรงเรียน ในที่ทำงานของเราล้วนถูกควบคุมโดยคะแนนเสียงของผู้ชาย แล้วทำไมคนเป็นแม่ถึงจะโหวตบ้างไม่ได้?’

ภาพที่ 3 โปสเตอร์รณรงค์เรียกร้องสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสตรี จัดพิมพ์โดยบริษัท National Woman Suffrage Publishing Company
ที่มา: https://www.thekewpieville.com/the-kewpies-campaign, สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม 2569
คิวพีไม่ได้สื่อสารอยู่แค่บนหน้ากระดาษเพียงอย่างเดียว แต่ยังปรากฏตัวอยู่ในแนวหน้าของการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ในพื้นที่สาธารณะ ตุ๊กตาคิวพีปรากฏอยู่ในร้านค้าที่สนับสนุนสิทธิการเลือกตั้งของสตรี ประดับอยู่บนรถแห่ ขบวนเดินรณรงค์สิทธิเลือกตั้งของสตรี และยังพบตุ๊กตาคิวพีที่มีผ้าคาดเอวเขียนว่า “Votes for Women” ถูกโปรยลงมาจากเครื่องบิน รวมถึงการวางตุ๊กตาคิวพีขนาดใหญ่เฝ้ากล่องรับบริจาคในงานประชุมสิทธิเลือกตั้งด้วย4
แม้แต่ในพื้นที่ในครัวเรือนก็พบคิวพีในรูปแบบของใช้ในบ้านพร้อมข้อความเรื่องสิทธิของสตรี ซึ่งทำให้เรื่องในบ้านกลายเป็นเรื่องการเมือง ตุ๊กตาคิวพีที่เคยถูกมองว่าอยู่แต่ในห้องนั่งเล่นกลายมาเป็นกระบอกเสียงในการปฏิรูปประชาธิปไตยและขับเคลื่อนแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศจากในบ้าน ในขณะเดียวกัน คิวพียังสามารถเปลี่ยนการรณรงค์ทางการเมืองที่ตึงเครียดให้กลายเป็นวัฒนธรรมประชานิยม (Pop Culture) ด้วยหลักสำคัญคือการลดทอนความเข้มข้นทางการเมืองโดยไม่ทำให้สาระสำคัญของอุดมการณ์ที่จะสื่อลดลงตามไปด้วย
คิวพีคือตัวแทนของความรักความเมตตาที่ไร้พรมแดน เป็นเพื่อนเล่นของเด็กทุกชนชั้น และเป็นฟันเฟืองในการบุกเบิกสิทธิสตรีชิ้นสำคัญ เรื่องราวของคิวพีได้จารึกไว้ว่า แม้แต่อาวุธที่นุ่มนวลที่สุดอย่างงานศิลปะก็สามารถเป็นกระบอกเสียงที่ดังพอที่จะเปลี่ยนเสียงจากในบ้านให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประชาธิปไตยไปทั่วโลก แสดงถึงอุดมการณ์อันแข็งแกร่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัยจนถึงปัจจุบัน
เอกสารอ้างอิง
