The Prachakorn

คนกรุงเทพฯ ในชุมชนเมือง ชุมชนชานเมือง และชุมชนแออัด ซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างไร?


นงนุช จินดารัตนาภรณ์

04 มิถุนายน 2569
159



บทความก่อนหน้านี้เรื่อง “โครงสร้างร้านค้าปลีกในกรุงเทพฯ : เมื่ออาหารไม่ดีต่อสุขภาพเข้าถึงง่ายกว่าอาหารสุขภาพ” ผู้เขียนเล่าถึงคนกรุงเทพฯ ซื้ออาหารอะไรและที่ไหน ในบทความนี้ผู้เขียนจะเล่าถึงการซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ ในอีกมิติหนึ่ง คือ การซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ ตามประเภทของชุมชนในเขตกรุงเทพฯ 

ข้อมูลจากจากโครงการสำรวจพฤติกรรมการซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2568 สำรวจพฤติกรรมการซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพ และการเข้าถึงร้านค้าจำหน่ายอาหารประเภทต่างๆ ของคนกรุงเทพฯ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-60 ปี จำนวน 1,000 คน เพื่อศึกษาว่า คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนประเภทต่างๆ ของกรุงเทพฯ ซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพอะไรและซื้อที่ไหน1

ผลการศึกษาพบว่า ใน 7 วันที่ผ่านมานับจากวันที่สำรวจ คนในชุมชนทุกประเภทซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผลไม้สดและผักสด ซึ่งเป็นอาหารที่ซื้อสูงสุดในทุกพื้นที่ ชุมชนชานเมืองมีสัดส่วนการซื้อผลไม้ร้อยละ 76.7 และผักร้อยละ 69.1 ในขณะที่คนในชุมชนเมืองซื้ออาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบสูงที่สุด (ร้อยละ 60.5) ส่วนคนในชุมชนแออัดซื้อเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลต่ำที่สุด สำหรับการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ พบว่า ชุมชนทุกประเภทมีสัดส่วนการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระดับสูง เครื่องดื่มรสหวานเป็นกลุ่มอาหารที่ซื้อสูงสุดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนเมือง (ร้อยละ 91.3) และชุมชนแออัด (ร้อยละ 89.5) ขนมขบเคี้ยวและอาหารกึ่งสำเร็จรูปมีสัดส่วนสูงใกล้เคียงกันในทุกชุมชน ชุมชนแออัดมีสัดส่วนการซื้ออาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารจานด่วน และผลิตภัณฑ์นมรสหวานสูงกว่าชุมชนอื่น ในขณะที่คนในชุมชนเมืองซื้อเครื่องดื่มรสหวานสูงที่สุด (รูปที่ 1-2)

รูปที่ 1 ร้อยละพฤติกรรมการซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ จำแนกตามประเภทชุมชน

รูปที่ 2 ร้อยละพฤติกรรมการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จำแนกตามประเภทชุมชน

สถานที่ซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพ ใน 7 วันที่ผ่านมานับจากวันที่สำรวจ พบว่า ชุมชนทุกประเภทมีสัดส่วนการซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพจากตลาดสดสูงใกล้เคียงกัน ชุมชนแออัดมีสัดส่วนการซื้ออาหารฯ จากร้านค้าชุมชนมากที่สุด (ร้อยละ 53.2) คนในชุมชนเมืองซื้ออาหารฯ จากร้านสะดวกซื้อ (ร้อยละ 28.4) ในขณะที่คนในชุมชนชานเมืองซื้ออาหารฯ จากร้านค้าออนไลน์มากกว่าชุมชนประเภทอื่น ผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ พบว่า ร้านสะดวกซื้อคือแหล่งหลักของอาหารไม่ดีต่อสุขภาพในชุมชนทุกประเภท โดยเฉพาะในชุมชนเมืองซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมาคือชุมชนแออัดและชานเมือง ขณะเดียวกัน ร้านค้าชุมชนหรือร้านโชห่วยมีบทบาท  เป็นแหล่งจำหน่ายอาหารหลักของประชาชน โดยเฉพาะอาหารแปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีความหลากหลายของสินค้า และมีการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อรูปแบบการบริโภคของประชาชนในชีวิตประจำวันสูงมาก โดยเฉพาะชุมชนแออัด ซึ่งสะท้อนว่า อาหารที่มีความเสี่ยงทางโภชนาสามารถเข้าถึงได้ง่ายในพื้นที่เปราะบาง   เช่น ชุมชนแออัด นอกจากนี้ ไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่จำหน่ายทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าใช้ในครัวเรือนในพื้นที่เดียวกัน ในขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอาหารและของใช้ประจำวันเป็นหลัก โดยมีขนาดเล็กกว่าและเข้าถึงได้สะดวกกว่าในเขตชุมชนเมือง อย่างไรก็ตาม ไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ต  มีสัดส่วนการซื้ออาหารทั้งที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพต่ำ แสดงว่าร้านค้าชุมชนและร้านสะดวกซื้อ คือ ช่องทางหลักของอาหารที่มีผลต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ (รูปที่ 3-4)

รูปที่ 3 ร้อยละของการเข้าถึงสถานที่ซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ จำแนกตามประเภทชุมชน

รูปที่ 4 ร้อยละของการเข้าถึงสถานที่ซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จำแนกตามประเภทชุมชน

ในชุมชนเมืองการเข้าถึงร้านค้าหลากหลายรูปแบบทำให้มีทั้งโอกาสซื้ออาหารที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพควบคู่กันไป ในขณะที่ชุมชนชานเมืองมีการขยายตัวของร้านค้าปลีกสมัยใหม่และร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทานเข้าถึงง่ายมากขึ้น ส่วนชุมชนแออัดร้านสะดวกซื้อและร้านค้าชุมชนเป็นแหล่งหลักของการซื้ออาหาร อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มหวานเข้าถึงง่ายกว่าอาหารสดบางประเภท แม้จะคนในชุมชนยังมีการซื้ออาหารสดอยู่บ้าง แต่อาจมีข้อจำกัดในเรื่องของความหลากหลายและคุณภาพมากกว่าในชุมชนเมืองและชานเมือง

พฤติกรรมการซื้ออาหารที่มีผลต่อสุขภาพของคนในชุมชนเขตกรุงเทพฯ ไม่ได้สะท้อนเพียงรสนิยมส่วนตัว แต่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมทางการซื้อและการเข้าถึงอาหารอย่างชัดเจน เมื่อจำแนกตามประเภทอาหาร ร้านค้า และชุมชน จะเห็นภาพความแตกต่างการเข้าถึงอาหารที่มีต่อสุขภาพของคนในชุมชนเขตกรุงเทพฯ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร ควรสนับสนุนตลาดสดและแหล่งอาหารสดในชุมชนรายได้น้อย และพัฒนากลไกจูงใจให้ร้านค้าชุมชนและร้านสะดวกซื้อเพิ่มสัดส่วนอาหารที่ดีต่อสุขภาพในพื้นที่จำหน่าย

ท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้ออาหารไม่อาจพึ่งพาความรับผิดชอบส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับ “ระบบร้านค้าและสภาพแวดล้อมทางอาหาร” ให้มีทางเลือกที่ดีต่อการซื้อและการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับทุกชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน


เอกสารอ้างอิง

  1. นงนุช จินดารัตนาภรณ์ และ สลักจิต ชื่นชม, โครงการสำรวจพฤติกรรมการซื้ออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร. 2569, นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th