เมืองชิงเต่า มลฑลซานตง ประเทศจีน นอกจากจะเป็นเมืองระดับมหานครมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ยังเป็นเมืองชายฝั่งทะเลเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ และกำลังได้ความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากเมืองนี้ได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง ที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของความเป็นยุโรปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์สไตล์กอทิก ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมือง อาคารบ้านเรือน หรือถนนหนทางที่มีการวางผังเมืองไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สถาปัตยกรรมของเมืองชิงเต่าจึงมีความแตกต่างจากสถาปัตยกรรมทั่วไปของเมืองจีน เพราะมีเสน่ห์และมีความโดดเด่นจากการหล่อหลอมและผสมผสานสถาปัตยกรรมยุโรปกับวัฒนธรรมของจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว (รูปที่ 1)

รูป 1 : รูปบรรยากาศและสถาปัตยกรรมโบสถ์สไตล์กอทิก ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองชิงเต่า
รูปโดย ผู้เขียน
ในทางประวัติศาสตร์ เมืองชิงเต่านั้นเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศเยอรมนีอยู่หลายปี และเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในทางเศรษฐกิจ มีท่าเรือเก่าแก่ที่ยืนออกไปในทะเล เป็นโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ คือ ท่าเรือจ้านเฉียว (Zhanqiao Pier) ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาชมวิวและซึมซับกับบรรยากาศสุดชิวริมทะเล พร้อมกับมาถ่ายรูปและให้อาหารนกนางนวลกันอย่างสนุกสนาน (รูปที่ 2)

รูป 2 : บรรยากาศการมาเดินเล่นให้อาหารนกนางนวล บริเวณท่าเรือจ้านเฉียว (Zhanqiao Pier)
รูปโดย ผู้เขียน
นอกจากนี้เมืองชิงเต่ายังเป็นเมืองที่ถูกออกแบบและพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม โดยได้พัฒนาอุสาหกรรมเบียร์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ชื่อว่า Tsingao Beer เป็นเบียร์ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และได้สร้างพิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum) ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเบียร์ และได้ทดลองชิมผลิตภัณฑ์เบียร์ที่มีให้เลือกมากหมายหลากหลายรสชาติ พร้อมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์เบียร์ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกได้ (รูปที่ 3)
สิ่งหนึ่งที่เมืองชิงเต่าแตกต่างจากเมืองใหญ่ๆ ของจีน คือ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่มีความสมดุลระหว่างความเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญผสมผสานความเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีความผ่อนคลาย ประชาชนใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายทั้งในชุมชนและบริเวณริมชายฝั่ง ในช่วงเวลากลางวัน ผู้คนมักจะออกมารวมตัวกันกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อทำกิจกรรมทางสังคม หรือกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการมาออกกำลังกาย เดินเล่น วิ่งเล่น เต้นรำ เล่นไพ่ รวมถึงมานั่งจิบเบียร์ชมพระอาทิตย์ตกดินริมชายหาด บรรยากาศจึงสนุกสนานและเป็นกันเอง เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา แต่ไม่วุ่นวาย (รูปที่ 3)

รูป 3 : รูปพิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)
รูปโดย ผู้เขียน
การเดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองชิงเต่านี้ สามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องบิน รถไฟความเร็วสูง รถโดยสารประจำทาง รวมถึงการเดินทางมาทางเรือจากประเทศเกาหลีใต้ด้วย เมืองชิงเต่าเป็นเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ สะดวก สบาย เพราะมีทั้งรถไฟฟ้า รถบัส รถแท็กซี่ ที่คอยเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คน และนักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายในราคาที่สบายกระเป๋า และที่สำคัญ โรงแรมที่พักในเมืองนี้มีราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ของจีน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยวเมืองชิงเต่าไม่สูงเกินไป
ชิงเต่าอาจจะไม่ใช่เมืองที่มีความโดดเด่นหรือหวือหวามากที่สุดของจีน แต่เป็นเมืองที่ผสมผสานด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีการพัฒนาอุสาหกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายไว้ได้อย่างสมดุล ที่สำคัญเมืองยังมีเอกลักษณ์จากประวัติศาสตร์ที่ถูกปกครองจากประเทศเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น ตลอดไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชากร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมืองชิงเต่าเกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกเมืองหนึ่งของประเทศจีน ได้ ชิงเต่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ผสมผสานเสน่ห์ทุกอย่างไว้อย่างลงตัว ทำให้ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยว สายธรรมชาติ สายกิน สายชิว สายถ่ายรูป เมืองนี้ก็ตอบโจทย์ เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ควรหาโอกาศมาเที่ยวชมเมืองนี้สักครั้ง
