The Prachakorn

ตะวันออกกลางรีบรบ...แต่จบไม่เร็ว


อมรา สุนทรธาดา

01 มิถุนายน 2569
64



ในที่สุดสงครามตะวันออกกลางเริ่มแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกองทัพสหรัฐอเมริการะดมยิงขีปนาวุธที่มีอานุภาพสูงเพื่อทำลายเป้าหมาย โดยการโจมตีช่องแคบ Hormux เส้นทางเดินเรือสำคัญ มีความกว้าง ประมาณ 36 กิโลเมตร ความยาว 167 กิโลเมตร เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกประมาณ 20 % ของปริมาณการใช้ทั่วโลก อิหร่านใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเป็นการต่อลองและขู่ปิดเส้นทางดังกล่าวถ้าจำเป็น 

ประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี (Asif Ali Zardari) ในฐานะผู้นำรัฐบาลปากีสถาน ทำหน้าที่คนกลางเจรจาเพื่อสันติภาพ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 14 วัน เสนอทางออกเปิดประชุม ประเทศตัวแทนที่เกี่ยวข้อง วันที่ 12-13 เมษายน ณ กรุงอิสลามาบัด การหารือของผู้แทนจากประเทศคู่สงครามใช้เวลาเสนอข้อตกลงที่เป็นไปได้ที่สุด จากการประชุมเพียง 11 ชั่วโมง เพื่อข้อตกลงหยุดยิง การเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน เนื่องจากอิหร่านระบุว่าอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน

ประชาคมโลกกดดันอิหร่านเปิดช่องแคบ Hormux เพื่อการค้าและความต้องการเชื้อเพลิง น้ำมันดิบ และแร่ธรรมชาติเพื่อการผลิตพลังงาน เช่น ยูเรเนียม 
เหตุการณ์ล่าสุด วันที่ 20 เมษายน 2569 อิหร่านเปลี่ยนแผนรบแบบรุกเร็ว มุ่งทำลายฐานทัพอเมริกาในประเทศมหามิตรในตะวันออกกลาง รวม 8 ประเทศ ดังนี้ กาตาร์  บาห์เรน  คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  อิรัก  ซาอุดีอาระเบีย  จอร์แดน และ อียิปต์ 

ภาพ 1: แผนที่แสดงที่ตั้งกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง 18 ประเทศ
ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Middle_East สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569

สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่เปิดฉากรวดเร็วและลุกลามเป็นวงกว้าง สหรัฐ-อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มหลายเมืองของอิหร่าน เช่น  กรุงเตหะราน ชาติพันธมิตรอเมริกาถูกอิหร่านโต้กลับ  ทั้งอิสราเอล บาห์เรน คูเวต สหรัฐเอมิเร็ต ถูกโจมตี ความเคลื่อนไหวล่าสุด สัญชาติอื่นๆ เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือผ่านทะเลแดง อ่าวโอมาน ลอยลำชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยแม้ว่าระยะทางเดินเรือ  1200 กิโลเมตร 

ภาพ 2: ช่องแคบ Hormux เส้นทางหลักสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสู่ตลาดโลก 
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Strait_of_Hormuz  เขียนได้ 2 แบบ Hormux / Hormuz
สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569

ภาพ 3 การประท้วงในอิหร่านเพื่อต่อต้านการแทรกแซงทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
ที่มา: https://www.gettyimages.com/detail/news-photo/people-hold-placards-during-a-protest-against-the-us-news-photo/2263503654?adppopup=true
สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569

เมื่อการเจรจาผ่านไป 21 ชั่วโมง การประชุมมาถึงทางตัน เพราะไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้

  • Nuclear Red Lines: อเมริกาเสนอข้อตกลงเพื่อจำกัดการครอบครอง ทดลอง และการสะสมแร่ยูเรเนียมเพื่อผลิตอาวุธ nuclear
  • อิหร่านต้องยุติการปิดช่องแคบ  Hormux โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อการค้าและปริมาณความต้องการของประชาคมโลก   
  • อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยจากการโจมตีด้วยอาวุธร้ายแรงทางอากาศของสหรัฐ รวมทั้งมูลค่าการส่งออกสินค้าในช่วงการจู่โจม จำนวนเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์

รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง

กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน เตรียมความพร้อมกรณีอพยพแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะแรงงานไทยในอิหร่าน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยการเดินทางอาจต้องใช้เส้นทางบกผ่านประเทศตุรกี พร้อมจัดหาเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อความปลอดภัย

สำหรับผลกระทบด้านการค้ามีผลในระดับต่ำ โดยปี 2567 อิสราเอลเป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทย มีมูลค่าการค้า 1,281.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (ร้อยละ 0.21) ของมูลค่าการค้ารวมของไทย ส่วนอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับที่ 87 มูลค่าการค้า 207.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ    (ร้อยละ 0.03) ของมูลค่าการค้ารวมของไทย4

ที่มา : ฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน 2568 

ในปี 2568 แรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตไปทำงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มีจำนวนรวม 21,923 คน หรือร้อยละ 31.48 ของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศทั้งหมด กลุ่มประเทศตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในตลาดแรงงานหลักของแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเชิงปริมาณ โดยแรงงานชายมีจำนวนถึง 20,464 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 36.58 ของแรงงานชายทั้งหมด แรงงานหญิงมีเพียง 1,459 คน หรือร้อยละ 2.09 ของแรงงานหญิงทั้งหมด เนื่องจากตลาดแรงงานภาคการผลิตหรือเกษตรกรรม ต้องการแรงงานชายมากกว่า 

สำหรับการกระจายตัวตามประเทศปลายทาง พบว่า แรงงานไทยในตะวันออกกลางมีการกระจุกตัวสูงมากที่สุดในรัฐอิสราเอล จำนวน 20,619 คน หรือร้อยละ 29.61 ของแรงงานไทยทั้งหมดที่ไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับประเทศตะวันออกกลางอื่น ๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัฐกาตาร์ รัฐคูเวต และราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีแรงงานไทยไปทำงานในสัดส่วนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับรัฐอิสราเอล โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานเพศชาย อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศ เช่น ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสาธารณรัฐไซปรัส พบว่า แรงงานเพศหญิงมีสัดส่วนสูงกว่าแรงงานเพศชายเล็กน้อย สะท้อนความแตกต่างของประเภทงานและความต้องการแรงงานในแต่ละประเทศปลายทาง

สงครามตะวันออกกลางเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างความเสียหายสำหรับประเทศคู่สงครามประเมินค่าไม่ได้  ไม่มีผู้ชนะและผู้แพ้ แต่สิ่งที่เรียกกลับคืนไม่ได้คือชีวิตมนุษย์ที่กลายเป็นเหยื่อความขัดแย้งและความต้องการเป็นผู้ชนะ

AN EYE FOR AN EYE ONLY ENDS UP MAKING THE WHOLE WORLD BLIND
(MAHATAMA KHANDHI September 2019)

สืบค้นจาก https://www.brainyquote.com/quotes/mahatma_gandhi_107039
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/481674  สืบค้นเมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2569


เอกสารค้นคว้า

  1. กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  2568 รายงานการวิเคราะห์ประมาณการและการเคลื่อนย้ายของแรงงานไทย ไปทำงานในต่างประเทศ ประจำปี 2568
  2. สุนิติ จุฑามาศ. (2567). ล่องนาวาเจ็ดสมุทร: ภูมิทัศน์เอเชียอาคเนย์ในเอกสารอาหรับ-เปอร์เซียศตวรรษที่ 9-14. กรุงเทพฯ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
  3. Arab–Israeli conflict. (2026, 6 Apil). In Wikipedia. wikipedia.org [สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2569]
  4. ปิติพัฒน์ ชูปลื้ม. (2568, 23 มิถุนายน). เปิดมูลค่าการค้าไทยกับ 18 ประเทศตะวันออกกลาง กระทรวงพาณิชย์ ชี้ ‘ไม่สูงมากนัก’ https://thestandard.co/thailand-middle-east-trade-value-revealed  [สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569]
  5. U.S. Energy Information Administration. (2024). World oil transit chokepoints: Strait of Hormuz. U.S. Department of Energy สืบค้นจาก https://www.eia.gov/international/analysis/special-topics/World_Oil_Transit_Chokepoints   [สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2569]

Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th