ในที่สุดสงครามตะวันออกกลางเริ่มแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกองทัพสหรัฐอเมริการะดมยิงขีปนาวุธที่มีอานุภาพสูงเพื่อทำลายเป้าหมาย โดยการโจมตีช่องแคบ Hormux เส้นทางเดินเรือสำคัญ มีความกว้าง ประมาณ 36 กิโลเมตร ความยาว 167 กิโลเมตร เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกประมาณ 20 % ของปริมาณการใช้ทั่วโลก อิหร่านใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเป็นการต่อลองและขู่ปิดเส้นทางดังกล่าวถ้าจำเป็น
ประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี (Asif Ali Zardari) ในฐานะผู้นำรัฐบาลปากีสถาน ทำหน้าที่คนกลางเจรจาเพื่อสันติภาพ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 14 วัน เสนอทางออกเปิดประชุม ประเทศตัวแทนที่เกี่ยวข้อง วันที่ 12-13 เมษายน ณ กรุงอิสลามาบัด การหารือของผู้แทนจากประเทศคู่สงครามใช้เวลาเสนอข้อตกลงที่เป็นไปได้ที่สุด จากการประชุมเพียง 11 ชั่วโมง เพื่อข้อตกลงหยุดยิง การเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน เนื่องจากอิหร่านระบุว่าอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน
ประชาคมโลกกดดันอิหร่านเปิดช่องแคบ Hormux เพื่อการค้าและความต้องการเชื้อเพลิง น้ำมันดิบ และแร่ธรรมชาติเพื่อการผลิตพลังงาน เช่น ยูเรเนียม
เหตุการณ์ล่าสุด วันที่ 20 เมษายน 2569 อิหร่านเปลี่ยนแผนรบแบบรุกเร็ว มุ่งทำลายฐานทัพอเมริกาในประเทศมหามิตรในตะวันออกกลาง รวม 8 ประเทศ ดังนี้ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และ อียิปต์

ภาพ 1: แผนที่แสดงที่ตั้งกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง 18 ประเทศ
ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Middle_East สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569
สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่เปิดฉากรวดเร็วและลุกลามเป็นวงกว้าง สหรัฐ-อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มหลายเมืองของอิหร่าน เช่น กรุงเตหะราน ชาติพันธมิตรอเมริกาถูกอิหร่านโต้กลับ ทั้งอิสราเอล บาห์เรน คูเวต สหรัฐเอมิเร็ต ถูกโจมตี ความเคลื่อนไหวล่าสุด สัญชาติอื่นๆ เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือผ่านทะเลแดง อ่าวโอมาน ลอยลำชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยแม้ว่าระยะทางเดินเรือ 1200 กิโลเมตร

ภาพ 2: ช่องแคบ Hormux เส้นทางหลักสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสู่ตลาดโลก
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Strait_of_Hormuz เขียนได้ 2 แบบ Hormux / Hormuz
สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569

ภาพ 3 การประท้วงในอิหร่านเพื่อต่อต้านการแทรกแซงทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
ที่มา: https://www.gettyimages.com/detail/news-photo/people-hold-placards-during-a-protest-against-the-us-news-photo/2263503654?adppopup=true
สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2569
เมื่อการเจรจาผ่านไป 21 ชั่วโมง การประชุมมาถึงทางตัน เพราะไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ดังนี้
กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน เตรียมความพร้อมกรณีอพยพแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะแรงงานไทยในอิหร่าน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยการเดินทางอาจต้องใช้เส้นทางบกผ่านประเทศตุรกี พร้อมจัดหาเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อความปลอดภัย
สำหรับผลกระทบด้านการค้ามีผลในระดับต่ำ โดยปี 2567 อิสราเอลเป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทย มีมูลค่าการค้า 1,281.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ร้อยละ 0.21) ของมูลค่าการค้ารวมของไทย ส่วนอิหร่านเป็นคู่ค้าอันดับที่ 87 มูลค่าการค้า 207.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ร้อยละ 0.03) ของมูลค่าการค้ารวมของไทย4

ที่มา : ฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน 2568
ในปี 2568 แรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตไปทำงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มีจำนวนรวม 21,923 คน หรือร้อยละ 31.48 ของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศทั้งหมด กลุ่มประเทศตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในตลาดแรงงานหลักของแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเชิงปริมาณ โดยแรงงานชายมีจำนวนถึง 20,464 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 36.58 ของแรงงานชายทั้งหมด แรงงานหญิงมีเพียง 1,459 คน หรือร้อยละ 2.09 ของแรงงานหญิงทั้งหมด เนื่องจากตลาดแรงงานภาคการผลิตหรือเกษตรกรรม ต้องการแรงงานชายมากกว่า
สำหรับการกระจายตัวตามประเทศปลายทาง พบว่า แรงงานไทยในตะวันออกกลางมีการกระจุกตัวสูงมากที่สุดในรัฐอิสราเอล จำนวน 20,619 คน หรือร้อยละ 29.61 ของแรงงานไทยทั้งหมดที่ไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับประเทศตะวันออกกลางอื่น ๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัฐกาตาร์ รัฐคูเวต และราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีแรงงานไทยไปทำงานในสัดส่วนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับรัฐอิสราเอล โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานเพศชาย อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศ เช่น ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสาธารณรัฐไซปรัส พบว่า แรงงานเพศหญิงมีสัดส่วนสูงกว่าแรงงานเพศชายเล็กน้อย สะท้อนความแตกต่างของประเภทงานและความต้องการแรงงานในแต่ละประเทศปลายทาง
AN EYE FOR AN EYE ONLY ENDS UP MAKING THE WHOLE WORLD BLIND
(MAHATAMA KHANDHI September 2019)
สืบค้นจาก https://www.brainyquote.com/quotes/mahatma_gandhi_107039
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/481674 สืบค้นเมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2569
เอกสารค้นคว้า
