ประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะก้าวสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าวมักถูกกล่าวถึงในมิติของความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การขาดแคลนแรงงาน หรือภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นจากระบบบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม หนังสือ การปันผลทางประชากรระยะที่ 3 ของประเทศไทย : โอกาสจากสังคมสูงวัยที่สร้างได้ด้วยเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม โดย ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์, เกื้อ วงศ์บุญสิน และพัชราวลัย วงศ์บุญสิน ได้นำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจว่า สังคมสูงวัยมิได้เป็นเพียงการสร้างต้นทุนหรือภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังสามารถสร้าง “ผลตอบแทน” ให้แก่ประเทศได้ หากมีการเตรียมความพร้อมและออกแบบนโยบายที่เหมาะสม

ภาพปกหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ชวนผู้อ่านทำความเข้าใจแนวคิด “การปันผลทางประชากรระยะที่ 3” (Third Demographic Dividend) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อยอดจากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเสนอว่า ผู้สูงอายุสามารถเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้ หากมีสุขภาพดี มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังคงมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง
“การปันผลทางประชากร” คือ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศได้รับจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร แนวคิดเรื่องการปันผลทางประชากรมักถูกอธิบายผ่านการปันผลทางประชากรระยะที่ 1 และระยะที่ 2
การปันผลทางประชากรระยะที่ 1 เกิดขึ้นเมื่ออัตราการเกิดลดลง ส่งผลให้สัดส่วนประชากรวัยแรงงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประชากรวัยพึ่งพิง ประเทศจึงมีศักยภาพในการผลิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเคยได้รับประโยชน์จากช่วงเวลานี้อย่างชัดเจน
ส่วนการปันผลทางประชากรระยะที่ 2 เกิดจากการที่ประชาชนมีการออมและการสะสมทุนเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัยสูงอายุ ส่งผลให้เกิดการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมเข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างสมบูรณ์ คำถามสำคัญคือ ประเทศจะยังสามารถได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางประชากรได้อีกหรือไม่ หนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอแนวคิด “การปันผลทางประชากรระยะที่ 3” ซึ่งมองว่าการมีอายุยืนยาวขึ้นของประชากรไม่จำเป็นต้องหมายถึงภาระที่เพิ่มขึ้นเสมอไป หากผู้สูงอายุยังคงมีสุขภาพดี มีศักยภาพในการเรียนรู้ และสามารถมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมได้
ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ในอดีตเรามักมองผู้สูงอายุในฐานะ “ผู้พึ่งพิง” แต่ในความเป็นจริง ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงทำงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ ดูแลสมาชิกในครอบครัว หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ การมองเห็นศักยภาพดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างการปันผลทางประชากรระยะที่ 3
ประเด็นที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งของหนังสือคือ การนำแนวคิด “เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม” (Behavioral Economics) มาใช้เป็นเครื่องมืออธิบายและออกแบบนโยบายสาธารณะ ผู้เขียนเสนอว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนไม่สามารถอาศัยเพียงการให้ข้อมูลหรือความรู้เท่านั้น เพราะมนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลสมบูรณ์แบบเสมอไป ตัวอย่างเช่น หลายคนทราบดีว่าควรออกกำลังกาย ควรออมเงิน หรือควรดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์มักให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะสั้นมากกว่าผลประโยชน์ในอนาคต
เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจึงเสนอแนวคิดการออกแบบ “สภาพแวดล้อมของการตัดสินใจ” (Choice Architecture) เพื่อช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้ง่ายขึ้น แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “การสะกิด” (Nudge) ซึ่งไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการออกแบบทางเลือกหรือบริบทให้เอื้อต่อพฤติกรรมที่พึงประสงค์
เมื่อประยุกต์ใช้กับสังคมสูงวัย แนวคิดดังกล่าวสามารถนำไปสู่การส่งเสริมการออมเพื่อวัยเกษียณ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการมีส่วนร่วมทางสังคมของผู้สูงอายุ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการปันผลทางประชากรระยะที่ 3
หนังสือยังสะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่หน้าที่ของผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทุกช่วงวัย การสร้างผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคตต้องเริ่มต้นจากการลงทุนด้านสุขภาพ การศึกษา และการวางแผนทางการเงินตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน และวัยทำงาน
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเน้นความสำคัญของ “ทุนมนุษย์” และ “ทุนทางสังคม” ผู้สูงอายุจำนวนมากมีประสบการณ์ ความรู้ และเครือข่ายทางสังคมที่สั่งสมมายาวนาน หากสังคมสามารถดึงศักยภาพเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ ก็จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ทั้งครอบครัว ชุมชน และประเทศ ในมุมมองนี้ สังคมสูงวัยจึงไม่ใช่ปลายทางของการพัฒนา หากแต่เป็นช่วงชีวิตอีกช่วงหนึ่งที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้เช่นเดียวกับวัยอื่น ๆ การเปลี่ยนมุมมองจาก “ภาระ” เป็น “โอกาส” จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้
การปันผลทางประชากรระยะที่ 3 ของประเทศไทย : โอกาสจากสังคมสูงวัยที่สร้างได้ด้วยเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม เป็นหนังสือที่ช่วยขยายมุมมองเกี่ยวกับสังคมสูงวัยได้อย่างน่าสนใจ โดยผสมผสานองค์ความรู้ด้านประชากรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้กำหนดนโยบายที่สนใจประเด็นประชากรสูงอายุ ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานด้านสังคม สุขภาพ และการพัฒนาชุมชน นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ภายใต้สังคมสูงวัย
สำหรับผู้อ่านที่สนใจอนาคตของประเทศไทย หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงความท้าทายที่ต้องรับมือ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่สามารถสร้างคุณค่าและการเติบโตให้แก่ประเทศได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบนโยบายและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การปันผลทางประชากรระยะที่ 3 ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคมไทยในอนาคต
ที่มา
