The Prachakorn

สาเหตุอะไรที่ทำให้วัยรุ่นกรุงเทพฯ เครียด?


นงนุช จินดารัตนาภรณ์

10 สิงหาคม 2569
127



ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่กดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความคาดหวัง ปัญหาความสัมพันธ์ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง หากความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมากเกินไป อาจส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด พฤติกรรม และสุขภาพร่างกายได้1 รายงานผลการสำรวจสภาวะทางอารมณ์วัยรุ่นไทยปี 2568 ทั่วประเทศ จำนวน 1,139 คน พบว่า วัยรุ่นไทยอายุ 13-18 ปี กำลังเผชิญกับความเครียดที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน โดย 4 ใน 10 คน (ร้อยละ 39.6) ระบุว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตนเองมีความเครียดจนส่งผลกระทบต่ออารมณ์ เช่น อารมณ์เสีย หงุดหงิดบ่อย หรือรู้สึกเศร้า ในระดับมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ 3 ใน 10 คน (ร้อยละ 31.0) ของวัยรุ่นมีความเครียดในระดับปานกลาง นอกจากนี้ ร้อยละ 26.9 ยังรายงานว่า ความเครียดส่งผลต่อสมาธิ ความคิด ความจำ หรือการตัดสินใจในระดับมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 20.8 มีอาการทางร่างกายจากความเครียด เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่เต็มอิ่ม ในระดับมากถึงมากที่สุด2

แล้วความเครียดของวัยรุ่นมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

ข้อค้นพบจากการสนทนากลุ่มวัยรุ่นชายและหญิงอายุ 16-18 ปี จำนวน 12 คน ในกรุงเทพฯ พบว่า ความเครียดของวัยรุ่นเกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ทั้งจากเรื่องการเรียน ครอบครัว เพื่อน และความรัก โดยความกดดันจากการเรียนและความคาดหวังของครอบครัวเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของความเครียด วัยรุ่นหลายคนรู้สึกกดดันจากผลการเรียน การสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และความคาดหวังของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง วัยรุ่นบางคนรู้สึกว่าตนเองต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานที่ครอบครัวตั้งไว้ วัยรุ่นหญิงคนหนึ่งเล่าว่า เมื่อผลการเรียนไม่เป็นไปตามที่แม่คาดหวัง แม้คะแนนจะดีขึ้น แต่ยังไม่ได้ถึงเป้าหมายสูงสุด ทำให้รู้สึกเครียดและเสียใจ เพราะรู้สึกว่าตนเองทำให้ครอบครัวผิดหวัง นอกจากผลการเรียนแล้ว การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย การทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน และตารางชีวิตที่แน่นเอี้ยดก็เป็นแรงกดดันด้วยเช่นกัน วัยรุ่นบางคนต้องเรียนพิเศษ ทำกิจกรรม และอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน จึงทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสม3

ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเครียดในวัยรุ่น เพราะคำพูดหรือความคาดหวังจากคนในครอบครัวอาจกลายเป็นแรงกดดันให้แก่วัยรุ่น โดยวัยรุ่นบางคนเล่าว่า การถูกตำหนิ การถูกเปรียบเทียบ หรือการใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจ ทำให้พวกเขารู้สึกเสียใจและมองเห็นคุณค่าของตัวเองลดลง วัยรุ่นบางคนรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของครอบครัว หรือรู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอ แม้ว่าพ่อแม่อาจเป็นห่วงและต้องการให้ลูกมีอนาคตที่ดี แต่การสื่อสารด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสมและความคาดหวังอาจทำให้วัยรุ่นรู้สึกกดดันมากขึ้น3

การมีปัญหากับเพื่อนและการโดนรังแก (bully) ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อความเครียดของวัยรุ่นเช่นกัน เพราะช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน การทะเลาะ การถูกเข้าใจผิด หรือการถูกกลั่นแกล้ง ย่อมสร้างความเจ็บปวดทางใจให้กับวัยรุ่น ซึ่งวัยรุ่นบางคนเล่าว่า การถูกเพื่อนล้อหรือมองว่าแตกต่างจากคนอื่น ทำให้ไม่กล้าบอกเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เช่น ปัญหาด้านสมาธิ เพราะกลัวถูกตีตราหรือถูกมองในทางลบ ในขณะที่วัยรุ่นบางคนที่ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งหรือมีความขัดแย้งรุนแรงกับเพื่อน วัยรุ่นกลุ่มนี้จะรู้สึกเศร้า เสียใจ ร้องไห้บ่อย นอนไม่หลับ หรือไม่อยากไปโรงเรียน นอกจากนี้ ความรักยังเป็นสาเหตุที่มีผลต่ออารมณ์ของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการแอบชอบ การอกหัก การทะเลาะกับแฟน หรือความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นไปตามที่วัยรุ่นคาดหวัง เมื่อเกิดปัญหาความรัก วัยรุ่นบางคนอาจรู้สึกเสียใจ เหงา คิดมาก หรือนอนไม่ค่อยหลับ3

นอกจากสาเหตุจากคนรอบตัวของวัยรุ่นแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเครียดของวัยรุ่น เช่น การใช้เวลาเล่นเกมมากเกินไป จนส่งผลต่อการเรียน การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่มีเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความกดดัน วัยรุ่นคนหนึ่งเล่าว่า การเล่นเกมมากเกินไปในช่วงเรียนออนไลน์ ทำให้เขาตามบทเรียนไม่ทัน ส่งผลให้คะแนนและเกรดลดลง และเกิดเป็นความเครียดตามมา3

คุณผู้อ่านคิดว่า เราควรช่วยให้วัยรุ่นหายเครียดได้อย่างไรคะ?

ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่า ความเครียดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และวัยรุ่นไม่ควรเผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้เพียงลำพัง สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้วัยรุ่นไม่มีความเครียดเลย แต่คือการช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียดอย่างเหมาะสม และมีคนรอบข้างที่พร้อมรับฟังและเข้าใจ วัยรุ่นควรมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน ครู หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ พ่อแม่และผู้ปกครองควรเปิดใจรับฟังความรู้สึกของบุตรหลานให้มากขึ้น โดยไม่มองเพียงผลลัพธ์ เช่น คะแนนสอบ ความสำเร็จ หรือความผิดพลาด แต่ควรให้ความสำคัญกับความพยายาม ความรู้สึก และความต้องการของวัยรุ่นด้วย บางครั้งการที่วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น หงุดหงิดง่าย ไม่อยากไปโรงเรียน อาจเป็นสัญญาณว่า เด็กๆ กำลังเผชิญกับความเครียดหรือความกังวลบางอย่าง การรับฟังโดยไม่ตัดสิน การพูดคุยด้วยความเข้าใจ และการให้กำลังใจจากคนรอบข้าง อาจช่วยให้วัยรุ่นรู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่คนเดียวและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างมีความมั่นคงในจิตใจ

คุณผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ของคุณได้ที่เดอะประชากรนะคะ ความคิดเห็นของคุณอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราเข้าใจความเครียดของวัยรุ่น และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ มากขึ้นค่ะ


เอกสารอ้างอิง

  1. สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์. เช็กบิลความเครียด. วารสารหมอชาวบ้าน. 2564;42(504).
  2. ศิริไชย หงษ์สงวนศรี. รายงานผลการสำรวจสภาวะทางอารมณ์วัยรุ่นไทย 2568. กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี; 2568.
  3. นงนุช จินดารัตนาภรณ์, สลักจิต ชื่นชม. โครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่สร้างความเป็นปกติให้แก่เด็กไทยในการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และสุขภาพจิต. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2569.

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th