ก่อนเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฉันรู้อยู่แล้วว่าทริปนี้คงต้องเดินเยอะ เพราะทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ การเดินวันละหลายกิโลเมตรเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าระยะทางคือ อากาศ เพราะช่วงกลางวันอุณหภูมิสูงกว่า 36 องศาเซลเซียส

ภาพโดย ผู้เขียน
แต่เมื่อได้ไปจริงๆ แม้อากาศจะร้อนและเหงื่อออกแทบตลอดวันกลับพบว่าการเดินไม่ได้รู้สึกทรมานอย่างที่คิด ทุกคืนก่อนนอน นาฬิกาสุขภาพบันทึกไว้ประมาณ 18,000–25,000 ก้าว บางวันมากกว่านั้น ที่น่าสนใจคือ การเดินทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย แต่เกิดขึ้นไปพร้อมกับการใช้ชีวิต ตั้งแต่ออกจากโรงแรม เดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน เดินหาร้านอาหาร แวะคาเฟ่ และเดินต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยว
สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ “เดินง่าย” คือ ระบบรถไฟใต้ดิน ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ย่านธุรกิจ ย่านที่พัก และสนามบิน การเดินทางจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งรถยนต์หรือแท็กซี่เป็นหลัก แน่นอนว่าการใช้รถไฟใต้ดินหมายถึงต้องเดินมากขึ้น ทั้งเดินเข้าสถานี เดินเปลี่ยนสาย และเดินจากสถานีไปยังจุดหมาย บางสถานีมีขนาดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างค่อนข้างเป็นระบบ มีป้ายบอกทางและทางเดินเชื่อมต่อกัน ทำให้การเดินเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางโดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ
บางครั้งการใช้แผนที่ก็มีความท้าทาย เพราะแอปพลิเคชันเป็นภาษาจีน แต่สามารถใช้ฟังก์ชันแปลภาษาบนโทรศัพท์ช่วยได้ จึงไม่ได้เป็นอุปสรรคมากนัก อีกสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เทคโนโลยีอยู่ในชีวิตประจำวันจริงๆ การค้นหาเส้นทาง ดูข้อมูลรถไฟ และชำระเงินสามารถทำผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะ Alipay และ WeChat Pay ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าเล็กๆ หลายแห่งรองรับการจ่ายเงินผ่านมือถือ ทำให้แทบไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเลย
เมื่อการเดินทางไม่ต้องหยุดเพื่อซื้อตั๋ว หาเงินทอน หรือจัดการกับขั้นตอนต่างๆ มากมาย การเดินทางจึงต่อเนื่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราเพียงเปิดแผนที่ เดินไปสถานี ขึ้นรถไฟ แล้วเดินต่อไปยังจุดหมาย และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เดินไปหลายหมื่นก้าวแล้ว แม้อากาศจะร้อนมาก แต่การเดินยังพอรับมือได้ เพราะระหว่างทางสามารถสลับเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดิน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อที่มีเครื่องปรับอากาศได้เป็นระยะ
ส่วนเรื่องที่อาจต้องพูดถึงตามตรงคือ ในบางช่วงที่เดินในพื้นที่สาธารณะหรือบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น อาจได้กลิ่นบุหรี่เป็นระยะๆ แต่จากประสบการณ์ที่พบไม่ได้มากถึงขั้นรบกวนจนไม่สามารถเดินต่อได้ เพียงเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สังเกตได้ระหว่างการเดินทาง

ภาพโดย ผู้เขียน
เมื่อกลับมาคิดถึงทริปนี้ ฉันจึงไม่ได้ประทับใจเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ประทับใจกับวิธีที่เมืองทำให้ “การเดิน” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราไม่ได้เดินเพราะตั้งใจจะออกกำลังกาย แต่เดินเพราะกำลังจะไปกินข้าว ไปคาเฟ่ ไปขึ้นรถไฟ หรือไปเที่ยวสถานที่ถัดไป และนี่ทำให้ฉันคิดว่า เมืองที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องบอกให้ผู้คนออกกำลังกายมากขึ้นเสมอไป แต่อาจเป็นเมืองที่ออกแบบสภาพแวดล้อมให้คน อยากเดินและเดินได้ง่ายขึ้น
เซี่ยงไฮ้ไม่ได้ทำให้ฉันเดินมากกว่าทุกทริปที่ผ่านมา แต่ทำให้ฉันเห็นว่า เมื่อระบบขนส่ง เทคโนโลยี และพื้นที่เมืองทำงานร่วมกัน การเดินหลายกิโลเมตรในหนึ่งวันก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
บางทีการมีสุขภาพที่ดี อาจไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าว่าจะเดินให้ครบ 10,000 ก้าว แต่อาจเริ่มจากการได้อยู่ในเมืองที่ทำให้เราอยากเดินออกไปใช้ชีวิตมากขึ้น