The Prachakorn

พื้นที่เล็ก ๆ บนผืนกระดาษ: เมื่อศิลปะพาเรากลับมามองตัวเอง ศิลปะไม่ต้องสวย: พื้นที่ปลอดภัยของใจผ่าน Art Therapy


ดวงหทัย แพงจิกรี

22 กันยายน 2569
1



ศิลปะไม่เพียงสะท้อนสิ่งที่เรามองเห็น แต่ยังสะท้อนบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเราได้กลับมามองและรับฟังตัวเอง
ศิลปะจึงอาจกลายเป็นทั้ง “พื้นที่ปลดปล่อย” และ “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ความรู้สึกที่ยากจะเอ่ยเป็นคำได้มีที่ทางของมัน

คุณเคยรู้สึกไหมว่า...เช้าวันจันทร์มาถึงเร็วกว่าที่อยากให้เป็นเสมอ?

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น แม้เปลือกตายังไม่อยากเปิดรับเช้าวันใหม่ แต่ดูเหมือนสมองจะตื่นขึ้นก่อนเสียแล้ว งานที่ยังค้าง อีเมลที่รอการตอบ การประชุมที่กำลังจะเริ่ม และรายการสิ่งที่ต้องทำตลอดทั้งวัน ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในความคิดทีละเรื่อง ราวกับวันทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งที่เรายังไม่ทันลุกจากเตียง

หลายครั้งเราจึงลุกขึ้นมาใช้ชีวิตตามหน้าที่ จัดการสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้ดำเนินต่อไป จนบางครั้งลืมหันกลับมาถามว่า ความรู้สึกที่อยู่ข้างใน...เป็นอย่างไรบ้าง

วันหนึ่งผ่านไป วันใหม่เริ่มต้นขึ้น และชีวิตยังคงหมุนไปตามจังหวะของการทำงาน ความคาดหวัง สังคม และภาระทางเศรษฐกิจ จนบางครั้งเราอาจลืมถามคำถามง่าย ๆ กับตัวเองว่า

“วันนี้...เรารู้สึกอย่างไร?”
เหนื่อยไหม?
กังวลหรือเปล่า?

หรือจริง ๆ แล้วกำลังมีบางอย่างอยู่ข้างใน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกนั้นว่าอะไร
จนบางครั้ง คำถามง่าย ๆ อย่าง

“วันนี้...เรารู้สึกอย่างไร?”

กลับกลายเป็นคำถามที่ตอบได้ยากกว่าที่คิด

เพราะไม่ใช่ทุกความรู้สึกจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ และไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราพร้อมจะเล่าให้ใครฟัง

แล้วเรามีพื้นที่ตรงไหน สำหรับความรู้สึกที่ยังพูดออกมาเป็นคำไม่ได้?

เมื่อศิลปะกลายเป็นพื้นที่ปลดปล่อยของความรู้สึก

บางทีพื้นที่นั้นอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคำพูด แต่อาจเริ่มจากกระดาษเปล่าหนึ่งแผ่น ดินสอหนึ่งแท่ง สีที่หยิบขึ้นมาโดยไม่ต้องคิดว่าถูกหรือผิด หรือเพียงเส้นหนึ่งเส้นที่ลากลงไปตามความรู้สึกในขณะนั้น เราอาจคุ้นเคยกับศิลปะในฐานะสิ่งที่ต้อง “สวย” ต้องอาศัยทักษะ หรือเป็นเรื่องของคนที่วาดรูปเก่ง แต่หากลองวางความคาดหวังเหล่านั้นลงชั่วคราว ศิลปะอาจทำหน้าที่อีกแบบหนึ่ง คือ เป็นพื้นที่ให้เราได้แสดงออกถึงบางสิ่งที่อยู่ภายใน โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างออกมาเป็นถ้อยคำ

เส้นที่หนักหรือเบา สีที่เลือกใช้ รูปทรงที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือแม้แต่พื้นที่ว่างที่ตั้งใจเว้นไว้ ล้วนเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของผู้สร้างในช่วงเวลานั้น งานศิลปะจึงอาจเป็นเสมือนร่องรอยของความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์บางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเรา

ศิลปะบำบัดเป็นการนำกระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะมาใช้ภายใต้บริบทของการบำบัด เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคคลได้แสดงออก สำรวจ และทำความเข้าใจ ความคิด หรือความรู้สึกของตนเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ผลงานสุดท้ายว่าจะสวยงามเพียงใด แต่อยู่ที่ “กระบวนการ” ระหว่างที่เรากำลังสร้างงานนั้นขึ้นมา

ต่างจากการเรียนศิลปะที่อาจให้ความสำคัญกับองค์ประกอบ เทคนิค หรือความงามของผลงาน ศิลปะบำบัดไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “วาดสวยไหม?” แต่อาจชวนให้เรากลับมาสังเกตว่า “ตอนที่กำลังวาด เรารู้สึกอย่างไร?”

คำถามง่าย ๆ นี้ทำให้ศิลปะเปลี่ยนจากสิ่งที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้คนอื่นมอง กลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราหันกลับมามองตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การมองภาพวาดเพียงภาพเดียวแล้วสรุปทันทีว่าเจ้าของภาพกำลังรู้สึกอย่างไร อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ สีดำไม่ได้หมายถึงความเศร้าเสมอไป สีแดงไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ และเส้นที่ยุ่งเหยิงก็ไม่ได้บอกว่าผู้วาดกำลังมีปัญหา ความหมายของงานศิลปะสัมพันธ์กับประสบการณ์ บริบท และความรู้สึกของผู้สร้างแต่ละคน

ดังนั้น ศิลปะอาจไม่ได้ทำหน้าที่ “บอกคำตอบ” ว่าเรากำลังเป็นอะไร แต่อาจทำหน้าที่สำคัญกว่า นั่นคือการสร้างพื้นที่ให้เราได้หยุด สังเกต และเริ่มต้นถามตัวเองว่า ขณะนี้มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ภายในใจ

จากเส้นธรรมดา...สู่การอยู่กับปัจจุบัน

หนึ่งในกิจกรรมศิลปะที่น่าสนใจและสามารถเริ่มต้นได้ง่าย คือ Zentangle การสร้างลวดลายจากจุด เส้น รูปทรง และการทำซ้ำอย่างเป็นจังหวะ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยภาพร่างที่สมบูรณ์หรือกำหนดว่าภาพสุดท้ายจะต้องออกมาเป็นอะไร จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งนำไปสู่เส้นหนึ่งเส้น เส้นหนึ่งเส้นเชื่อมต่อกับอีกเส้น ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นลวดลายที่ซับซ้อนขึ้นทีละน้อย

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงภาพที่ปรากฏเมื่อวาดเสร็จ แต่อยู่ในช่วงเวลาที่สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นตรงหน้า มือค่อย ๆ เคลื่อนไปบนกระดาษ และความคิดที่เคยวิ่งวุ่นกับเรื่องต่าง ๆ ได้มีโอกาสช้าลงชั่วขณะ เราไม่จำเป็นต้องถามว่าเส้นนี้สวยพอหรือยัง ไม่จำเป็นต้องวาดเหมือนใครและไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าภาพสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เพียงค่อย ๆ แต่งแต้มจุดเล็ก ๆ ทีละจุด วาดไปทีละเส้น

จากโลกที่เต็มไปด้วยกำหนดเวลา การแข่งขัน และความคาดหวัง กระดาษแผ่นเล็ก ๆ จึงอาจกลายเป็นพื้นที่ที่เราไม่ต้องรีบไปถึงไหน และไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร

อย่างไรก็ดี Zentangle หรือกิจกรรมวาดภาพเพื่อความผ่อนคลายทั่วไป ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “ศิลปะบำบัด” ในความหมายทางวิชาชีพโดยอัตโนมัติ เพราะการทำ Art Therapy จริง ๆ จะมีกรอบ กระบวนการ และบทบาทของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง แต่กิจกรรมสร้างสรรค์เหล่านี้สามารถเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้หยุดจากความเร่งรีบ จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น

รูปที่ 1 Art Therapy
ภาพโดย ผู้เขียน

เพราะศิลปะไม่มีรูปแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ของแต่ละคนจึงมีความหมายและรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามช่วงวัยและประสบการณ์ชีวิต เด็กอาจเรียนรู้และถ่ายทอดจินตนาการผ่านสีสันและรูปทรงอย่างอิสระ วัยรุ่นอาจใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสำรวจความคิด ความรู้สึก และตัวตน ขณะที่วัยทำงานอาจพบช่วงเวลาแห่งการหยุดพักจากความเร่งรีบผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ ส่วนผู้สูงอายุ ศิลปะอาจเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความทรงจำ เรื่องราวในอดีต และเปิดโอกาสให้ได้สร้างปฏิสัมพันธ์และใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น

เพราะ ศิลปะ คือ “พื้นที่ปลดปล่อย” และ “พื้นที่ปลอดภัย”

แม้ศิลปะจะทำหน้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกัน คือ การเปิดพื้นที่ให้เราได้แสดงออก ได้หยุดฟังความรู้สึก และได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง จึงอาจไม่มีสี เทคนิค หรือกิจกรรมใดที่เหมาะกับทุกคนเหมือนกันทั้งหมด เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราอายุเท่าไร เป็นใคร หรือมีฝีมือทางศิลปะมากน้อยเพียงใด แต่คือการค้นพบรูปแบบการสร้างสรรค์ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจและสามารถแสดงออกได้อย่างเป็นตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว กระดาษหนึ่งแผ่นอาจไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมดที่รอเราอยู่ข้างนอก งานยังคงต้องทำ อีเมลยังคงต้องตอบ และเช้าวันจันทร์ก็ยังคงกลับมาเสมอ

แต่บางที สิ่งที่ศิลปะมอบให้เรา อาจไม่ใช่การพาเราหนีออกจากความเป็นจริง หากเป็น พื้นที่เล็ก ๆ ที่อนุญาตให้เราหยุดอยู่กับตัวเอง ได้ปลดปล่อยบางสิ่ง และรับฟังความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ต้องรีบตัดสิน

“เพราะบางความรู้สึกอาจพูดออกมาเป็นคำไม่ได้
แต่เราอาจวาดมันออกมาได้”


เอกสารอ้างอิง

  • American Art Therapy Association. (2022). About Art Therapy. American Art Therapy Association. https://arttherapy.org/about-art-therapy/

 

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th