ปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลากหลาย และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นำไปสู่ความเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ อาทิเช่น การจำหน่ายยาชุดในร้านขายของชำ การจำหน่ายเครื่องสำอางโดยไม่มีเลขที่จดแจ้ง การปลอมปนสารสเตียรอยด์ ปรอท หรือกรดวิตามินเอ (Retinoic acid) คือ สารออกฤทธิ์ที่ร่างกายสร้างจากวิตามินเอ มีหน้าที่สำคัญในการควบคุม การเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลง และการทำงานของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ผิวและเซลล์ในช่วงพัฒนาการของตัวอ่อน จึงมีความสำคัญทั้งในด้านโภชนาการ ชีววิทยาของเซลล์ โรคผิวหนัง และการแพทย์ และการบริโภคยาและอาหารที่ไม่มีเลขทะเบียนได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตามคำโฆษณาชวนเชื่อผ่านช่องทางต่างๆ และมีการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดวัตถุประสงค์หรือผิดประเภท อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพไม่มากก็น้อย ซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงขั้นเสียชีวิตเช่น เป็นผื่นแดง คัน หัวใจวาย ไตวายเฉียบพลัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากรและการเข้าถึงข้อมูลภัยคุกคามจากผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถป้องกัน แก้ไข หรือจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที แต่ด้วยข้อจำกัดของทรัพยากรและการเข้าถึงภัย จากผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถป้องกัน แก้ไข หรือจัดการกับภัยต่างๆ ได้ทันท่วงทีจึงจำเป็นที่ต้องอาศัยกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการเพื่อปกป้องและคุ้มครองประชาชน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย
จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในปี 2567 ข้อมูลการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุประเด็นปัญหา ได้แก่ กลุ่มประชากรผู้สูงอายุนิยมใช้ยาแผนโบราณ ยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่กับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน โดยคาดหวังให้บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พฤติกรรมดังกล่าวมักก่อให้เกิดอันตรายจากปฏิกิริยาร่วมระหว่างยา (Drug Interaction) ยิ่งไปกว่านั้นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้แจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ทราบถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สูงอายุเอง เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยผู้สูงอายุมักซื้อยามารับประทานเองมากกว่าการไปพบแพทย์ ร้อยละ 95 สำหรับปัญหาด้านการใช้ยาที่ พบมากที่สุดคือการลืมรับประทานยาในบางมื้อ ร้อยละ 66 ตลอดจนการนิยมรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้าและบำรุงร่างกาย ด้วยความเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและช่วยส่งเสริมสุขภาพ ทั้งนี้จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักพบการแสดงสรรพคุณไม่ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุสูญเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อรักษาหรือลดความรุนแรงของโรค ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้สูงอายุเสียโอกาสในการได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง และผลการสำรวจการบริโภคผลิตสุขภาพที่ไม่เหมาะสมของผู้สูงอายุ พบประเด็นปัญหา ดังนี้ ความต้องการข้อมูลบนฉลาก พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการให้แสดงข้อความด้วยขนาดตัวอักษรที่อ่านง่ายเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 94 ด้านช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่า รายการและโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นช่องทางที่ผู้สูงอายุ เข้าถึงมากที่สุด ร้อยละ 91 ซึ่งสูงกว่าช่องทางอื่นมากกว่า 2 เท่า รองลงมาได้แก่ รายการและโฆษณาทางวิทยุ ร้อยละ 37 โดยวิทยุชุมชนยังคงมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้สูงอายุในพื้นที่ชนบทได้ดีกว่าพื้นที่เมือง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุถึงร้อยละ 70 ไม่สามารถเข้าถึงสื่อหลักของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับกลุ่มที่เข้าถึงได้พบว่าสื่อออนไลน์ที่นิยมใช้ ได้แก่ เว็บไซต์ www.oryor.com ในขณะที่สื่อเอ็กซ์ (X) เป็นช่องทางที่ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงได้เลย ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้แก่ ด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เป็นกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วยการมอบของแถม การให้ส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก การให้บริการหลังการขายการตรวจสุขภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการจัดกิจกรรมในรูปแบบการขายตรง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคและส่งเสริมการซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้านการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์มีความสอดคล้องกับการรับรู้และความคาดหวังของผู้บริโภค โดยคำนึงถึงความเหมาะสมระหว่างราคาและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ราคาที่กำหนดไม่ควรต่ำเกินไปจนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และไม่ควรสูงเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การกำหนดราคาจึงมีแนวโน้มขึ้นอยู่กับกลไกทางการตลาดและการรับรู้ของผู้บริโภคมากกว่าการพิจารณาจากคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ด้านการจัดจำหน่ายเป็นกระบวนการและช่องทางที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและได้รับผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวก โดยพิจารณาถึงความหลากหลายและความเหมาะสม ของช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น การจำหน่ายผ่านร้านขายยา ร้านขายของชำที่เข้าถึงง่าย การโฆษณาและจำหน่ายผ่านรายการวิทยุ ตลอดจนการให้บริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ถึงผู้บริโภคเพื่อเพิ่มความสะดวกและส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค และด้านรูปแบบและลักษณะผลิตภัณฑ์รูปแบบ และลักษณะของผลิตภัณฑ์สุขภาพมีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้และความสนใจของผู้สูงอายุ โดยผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาและใช้ข้อความที่สามารถดึงดูดความสนใจ มีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้สูงอายุร้อยละ 36 พิจารณาสีและภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นลำดับแรกก่อนที่จะพิจารณาสรรพคุณหรือข้อมูลข้อเท็จจริงที่ระบุไว้บนฉลาก

ที่มาของรูปภาพ : Google Gemini
การส่งเสริมความรอบรู้และศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนชนทบทจะเป็นกระบวนการที่เน้นการลงพื้นที่ ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้เท่าทัน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างปลอดภัย และพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการส่งเสริมความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างเหมาะสมและถูกต้องสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนเมืองจำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงข้อมูลที่เข้าใจง่าย การสร้างการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายท้องถิ่น และการใช้สื่อที่เหมาะสมกับบริบทสังคมเมือง เพื่อป้องกันอันตรายจากยา อาหารเสริ หรือจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน
อ้างอิง
