การถูกรังแกโดยเพื่อนไม่ใช่เรื่องของเด็กทะเลาะกันหรือการล้อเล่นหรือการหยอกล้อขำๆ แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทย การถูกรังแกของเด็กและเยาวชนไทยยังคงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ข้อมูลจากยูนิเซฟ (UNICEF) พบว่า 4 ใน 10 คน (ร้อยละ 40) ของเด็กไทยถูกรังแกในโรงเรียน1 ในปี 2568 เด็กและเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี ถูกรังแกทางออนไลน์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น1 และในปีเดียวกันกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมมือกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย ทำการสำรวจการถูกรังแกในกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 6-25 ปี จำนวน 41,499 คน พบว่า ร้อยละ 65.5 ของเด็กลุ่มนี้เคยมีประสบการณ์ถูกรังแก ส่วนใหญ่เป็นการกระทำโดยเพื่อน (ร้อยละ 73.5) และเกิดขึ้นในโรงเรียนมากที่สุด (ร้อยละ 83.4)2
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจความหมายของคำว่าการถูกรังแกกันก่อนว่าคืออะไร?
การถูกรังแก (bullying) คือ การที่ใครคนหนึ่งตั้งใจรังแกหรือทำร้ายเราซ้ำๆ โดยที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจหรือเหนือกว่าเรา ไม่ว่าจะด้วยกำลัง วัย หรือความนิยมในกลุ่มเพื่อน และการตัดสินว่าการกระทำนั้นเป็นการรังแกหรือไม่นั้น มี 3 เกณฑ์หลักๆ ได้แก่ (1) เจตนาทำร้าย กล่าวคือ เขาตั้งใจหรือจงใจทำให้เราเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่การหยอกล้อกันระหว่างเพื่อน (2) การทำซ้ำๆ คือ ไม่ใช่แค่การกระทบกระทั่งหรือการกระทำเพียงครั้งเดียวจบ แต่ทำเป็นรูปแบบต่อเนื่อง และ (3) คนทำเหนือกว่าเรา โดยคนแกล้งมักจะตัวใหญ่กว่า เด่นกว่า หรือมีกลุ่มเพื่อนสนับสนุนมากกว่าเรา3
ทีนี้เรามาอ่านกันต่อ ว่า การถูกรังแกโดยเพื่อนมีกี่รูปแบบ?
ในอดีตกลุ่มนักวิชาการด้านจิตวิทยาจัดรูปแบบการถูกรังแกฯ ออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ (1) การถูกรังแกทางร่างกาย (physical victimization) (2) การถูกรังแกด้านการทำลายทรัพย์ (attacks on property) (3) การถูกรังแกด้านวาจา (verbal victimization) (4) การถูกรังแกด้านความสัมพันธ์และสังคม (social / relational victimization)4, 5 จวบจนการเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ การถูกรังแกฯ ได้เพิ่มรูปแบบการถูกรังแกทางออนไลน์ (cyberbullying) เข้ามาเป็นรูปแบบที่ 56
แล้ว 5 รูปแบบของการถูกรังแกฯ มีลักษณะอย่างไร?
รูปแบบการถูกรังแก 5 รูปแบบ7 มีรายละเอียดดังนี้
- การถูกรังแกทางร่างกาย เป็นการกระทำความรุนแรงเชิงกายภาพโดยตรง ตัวชี้วัดพฤติกรรมประกอบด้วยการโดนต่อย ชก หรือตบ การโดนเตะหรือขัดขาให้ล้ม การโดนผลักหรือดึงรั้งอย่างแรง การโดนหยิก ข่วน หรือตบหัว
- การถูกรังแกด้านการทำลายทรัพย์สิน มุ่งการละเมิดพื้นที่ส่วนตัวและของใช้ ตัวชี้วัดพฤติกรรมได้แก่ การโดนขโมยเงินหรือของส่วนตัว การโดนทำลายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน หรือสิ่งของส่วนตัว การโดนซ่อนของ การโดนขีดเขียนเสื้อผ้า กระเป๋า หรือโต๊ะเรียนให้เลอะเทอะ และการโดนตั้งใจทำของตกแตกหรือเสียหาย
- การถูกรังแกด้านวาจา เป็นการใช้คำพูดเพื่อลดทอนคุณค่าและสร้างความอับอาย ตัวชี้วัดพฤติกรรมคือ การโดนตั้งฉายาแกล้งหรือล้อเลียนปมด้อย การโดนตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบ การโดนล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา หรือการแต่งกาย การโดนล้อชื่อพ่อแม่หรือครอบครัว และการโดนพูดจาเหยียดเพศ เชื้อชาติ หรืออัตลักษณ์ส่วนบุคคล
- การถูกรังแกด้านความสัมพันธ์และสังคม เป็นการคุกคามทางอ้อมเพื่อตัดขาดเหยื่อออกจากกลุ่มเพื่อน ตัวชี้วัดพฤติกรรม เช่น การโดนปล่อยข่าวลือเท็จหรือเรื่องโกหกให้เสียหาย การโดนแบนหรือกีดกันไม่ให้เข้ากลุ่มและร่วมทำกิจกรรม การโดนปั่นหัวให้เพื่อนคนอื่นเกลียดชัง การโดนแกล้งเมินทำเป็นมองไม่เห็น และการโดนนำความลับส่วนตัวไปโพนนาหรือเล่าต่อ
- การถูกรังแกทางออนไลน์ เป็นการขยายวงความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตัวชี้วัดพฤติกรรม ได้แก่ การโดนโพสต์ด่า โจมตี หรือประจานบนโซเชียลมีเดีย การโดนส่งข้อความคุกคามหรือข่มขู่ในแชตส่วนตัว การโดนนำรูปภาพหรือคลิปไปตัดต่อหรือแชร์เพื่อล้อเลียน การโดนสร้างบัญชีปลอมแอบอ้างเพื่อทำให้เสียชื่อเสียง และการโดนลบหรือบล็อกออกจากกลุ่มแชตออนไลน์อย่างตั้งใจ
การถูกรังแกฯ เกิดผลกระทบอะไรบ้าง และเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?
การถูกรังแกฯ ไม่ได้เพียงแค่ก่อให้เกิดความเจ็บทางร่างกาย แต่ยังทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกอับอาย โดดเดี่ยว หมดพลัง และส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมากกว่า 1 ใน 4 มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง2 ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเป็นระบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยโรงเรียนต้องมีมาตรการป้องกันและจัดการการถูกรังแกฯ ที่ชัดเจน ตั้งแต่การสร้างกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่ปลอดภัยและรักษาเรื่องร้องเรียนให้เป็นความลับ การตั้งห้องปรึกษาจิตวิทยาและมีนักจิตวิทยาโรงเรียนที่เข้าถึงง่าย การปลูกฝังความตระหนักรู้ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มองเห็นสัญญาณการถูกรังแกฯ และไม่ลดทอนปัญหาว่าเป็นเพียงเรื่องหยอกล้อกันของเด็ก รวมทั้ง ครูและครอบครัวต้องร่วมมือกันปลูกฝังการเคารพความหลากหลาย สิทธิของผู้อื่น และสร้างทักษะการเป็นผู้เฝ้ามองที่ไม่เงียบเฉยให้แก่เด็กและเยาวชนไทย เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกมีที่พึ่ง คุณผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร ร่วมแบ่งปันแนวทางแก้ไขปัญหานี้กับ เดอะ ประชากร ได้เลยคะ
เอกสารอ้างอิง
- จิราภรณ์ ศรีแจ่ม. เมื่อโรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่เด็กไทยถูกกลั่นแกล้งรังแกติดอันดับโลก แล้วใครบ้างจะปกป้องพวกเขา? กรุงเทพฯ: บีบีซีไทย; 2569 [cited 2569 8 สิงหาคม]. Available from: https://www.bbc.com/thai/articles/c7vg0p5n7j2o.
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), กระทรวงสาธารณสุข. สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า 1 ใน 4 นนทยุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.); 2568 [cited 2568 8 กันยายน]. Available from: https://prgroup.hss.moph.go.th/info/news/4488-สบส-เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง-พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า-1-ใน-4.
- UNICEF. Bullying: What is it and how to stop it: UNICEF; 2026 [Available from: https://www.unicef.org/parenting/child-care/bullying.
- Betts LR, Houston JE, Steer OL. Development of the Multidimensional Peer Victimization Scale-Revised (MPVS-R) and the Multidimensional Peer Bullying Scale (MPVS-RB). J Genet Psychol. 2015;176(1-2):93-109.
- Eastman ML, Moore AA, Cecilione J, Hettema JM, Roberson-Nay R. Confirmatory factor structure and psychometric properties of the Multidimensional Peer Victimization Scale. J Psychopathol Behav Assess. 2018;40(4):725-35.
- Wongchinsri T, Chaiudomsom K, Piyavhatkul N, Piyawattanametha S, Bunpromma W. Transcultural Translation and Reliability of Cyberbullying and Online Aggression Survey Instrument: Thai Version. Journal of Population and Social Studies [JPSS]. 2022;30:640 - 51.
- นงนุช จินดารัตนาภรณ์, สลักจิต ชื่นชม. โครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่สร้างความเป็นปกติให้แก่เด็กไทยในการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และสุขภาพจิต. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2569.