The Prachakorn

รูปแบบการถูกรังแกโดยเพื่อน ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข


นงนุช จินดารัตนาภรณ์

05 พฤศจิกายน 2569
23



การถูกรังแกโดยเพื่อนไม่ใช่เรื่องของเด็กทะเลาะกันหรือการล้อเล่นหรือการหยอกล้อขำๆ แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทย การถูกรังแกของเด็กและเยาวชนไทยยังคงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ข้อมูลจากยูนิเซฟ (UNICEF) พบว่า 4 ใน 10 คน (ร้อยละ 40) ของเด็กไทยถูกรังแกในโรงเรียน1 ในปี 2568 เด็กและเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี ถูกรังแกทางออนไลน์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น1 และในปีเดียวกันกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมมือกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย ทำการสำรวจการถูกรังแกในกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 6-25 ปี จำนวน 41,499 คน พบว่า ร้อยละ 65.5 ของเด็กลุ่มนี้เคยมีประสบการณ์ถูกรังแก ส่วนใหญ่เป็นการกระทำโดยเพื่อน (ร้อยละ 73.5) และเกิดขึ้นในโรงเรียนมากที่สุด (ร้อยละ 83.4)2

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจความหมายของคำว่าการถูกรังแกกันก่อนว่าคืออะไร?

การถูกรังแก (bullying) คือ การที่ใครคนหนึ่งตั้งใจรังแกหรือทำร้ายเราซ้ำๆ โดยที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจหรือเหนือกว่าเรา ไม่ว่าจะด้วยกำลัง วัย หรือความนิยมในกลุ่มเพื่อน และการตัดสินว่าการกระทำนั้นเป็นการรังแกหรือไม่นั้น มี 3 เกณฑ์หลักๆ ได้แก่ (1) เจตนาทำร้าย กล่าวคือ เขาตั้งใจหรือจงใจทำให้เราเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่การหยอกล้อกันระหว่างเพื่อน (2) การทำซ้ำๆ คือ ไม่ใช่แค่การกระทบกระทั่งหรือการกระทำเพียงครั้งเดียวจบ แต่ทำเป็นรูปแบบต่อเนื่อง และ (3) คนทำเหนือกว่าเรา โดยคนแกล้งมักจะตัวใหญ่กว่า เด่นกว่า หรือมีกลุ่มเพื่อนสนับสนุนมากกว่าเรา3

ทีนี้เรามาอ่านกันต่อ ว่า การถูกรังแกโดยเพื่อนมีกี่รูปแบบ?

ในอดีตกลุ่มนักวิชาการด้านจิตวิทยาจัดรูปแบบการถูกรังแกฯ ออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ (1) การถูกรังแกทางร่างกาย (physical victimization) (2) การถูกรังแกด้านการทำลายทรัพย์ (attacks on property) (3) การถูกรังแกด้านวาจา (verbal victimization) (4) การถูกรังแกด้านความสัมพันธ์และสังคม (social / relational victimization)4, 5 จวบจนการเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ การถูกรังแกฯ ได้เพิ่มรูปแบบการถูกรังแกทางออนไลน์ (cyberbullying) เข้ามาเป็นรูปแบบที่ 56

แล้ว 5 รูปแบบของการถูกรังแกฯ มีลักษณะอย่างไร?

รูปแบบการถูกรังแก 5 รูปแบบ7 มีรายละเอียดดังนี้

  1. การถูกรังแกทางร่างกาย เป็นการกระทำความรุนแรงเชิงกายภาพโดยตรง ตัวชี้วัดพฤติกรรมประกอบด้วยการโดนต่อย ชก หรือตบ การโดนเตะหรือขัดขาให้ล้ม การโดนผลักหรือดึงรั้งอย่างแรง การโดนหยิก ข่วน หรือตบหัว
  2. การถูกรังแกด้านการทำลายทรัพย์สิน มุ่งการละเมิดพื้นที่ส่วนตัวและของใช้ ตัวชี้วัดพฤติกรรมได้แก่ การโดนขโมยเงินหรือของส่วนตัว การโดนทำลายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน หรือสิ่งของส่วนตัว การโดนซ่อนของ การโดนขีดเขียนเสื้อผ้า กระเป๋า หรือโต๊ะเรียนให้เลอะเทอะ และการโดนตั้งใจทำของตกแตกหรือเสียหาย
  3. การถูกรังแกด้านวาจา เป็นการใช้คำพูดเพื่อลดทอนคุณค่าและสร้างความอับอาย ตัวชี้วัดพฤติกรรมคือ การโดนตั้งฉายาแกล้งหรือล้อเลียนปมด้อย การโดนตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบ การโดนล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา หรือการแต่งกาย การโดนล้อชื่อพ่อแม่หรือครอบครัว และการโดนพูดจาเหยียดเพศ เชื้อชาติ หรืออัตลักษณ์ส่วนบุคคล
  4. การถูกรังแกด้านความสัมพันธ์และสังคม เป็นการคุกคามทางอ้อมเพื่อตัดขาดเหยื่อออกจากกลุ่มเพื่อน ตัวชี้วัดพฤติกรรม เช่น การโดนปล่อยข่าวลือเท็จหรือเรื่องโกหกให้เสียหาย การโดนแบนหรือกีดกันไม่ให้เข้ากลุ่มและร่วมทำกิจกรรม การโดนปั่นหัวให้เพื่อนคนอื่นเกลียดชัง การโดนแกล้งเมินทำเป็นมองไม่เห็น และการโดนนำความลับส่วนตัวไปโพนนาหรือเล่าต่อ
  5. การถูกรังแกทางออนไลน์ เป็นการขยายวงความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตัวชี้วัดพฤติกรรม ได้แก่ การโดนโพสต์ด่า โจมตี หรือประจานบนโซเชียลมีเดีย การโดนส่งข้อความคุกคามหรือข่มขู่ในแชตส่วนตัว การโดนนำรูปภาพหรือคลิปไปตัดต่อหรือแชร์เพื่อล้อเลียน การโดนสร้างบัญชีปลอมแอบอ้างเพื่อทำให้เสียชื่อเสียง และการโดนลบหรือบล็อกออกจากกลุ่มแชตออนไลน์อย่างตั้งใจ

การถูกรังแกฯ เกิดผลกระทบอะไรบ้าง และเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?

การถูกรังแกฯ ไม่ได้เพียงแค่ก่อให้เกิดความเจ็บทางร่างกาย แต่ยังทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกอับอาย โดดเดี่ยว หมดพลัง และส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมากกว่า 1 ใน 4 มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง2 ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเป็นระบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยโรงเรียนต้องมีมาตรการป้องกันและจัดการการถูกรังแกฯ ที่ชัดเจน ตั้งแต่การสร้างกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่ปลอดภัยและรักษาเรื่องร้องเรียนให้เป็นความลับ การตั้งห้องปรึกษาจิตวิทยาและมีนักจิตวิทยาโรงเรียนที่เข้าถึงง่าย การปลูกฝังความตระหนักรู้ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มองเห็นสัญญาณการถูกรังแกฯ และไม่ลดทอนปัญหาว่าเป็นเพียงเรื่องหยอกล้อกันของเด็ก รวมทั้ง ครูและครอบครัวต้องร่วมมือกันปลูกฝังการเคารพความหลากหลาย สิทธิของผู้อื่น และสร้างทักษะการเป็นผู้เฝ้ามองที่ไม่เงียบเฉยให้แก่เด็กและเยาวชนไทย เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกมีที่พึ่ง คุณผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร ร่วมแบ่งปันแนวทางแก้ไขปัญหานี้กับ เดอะ ประชากร ได้เลยคะ

เอกสารอ้างอิง

  1. จิราภรณ์ ศรีแจ่ม. เมื่อโรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่เด็กไทยถูกกลั่นแกล้งรังแกติดอันดับโลก แล้วใครบ้างจะปกป้องพวกเขา? กรุงเทพฯ: บีบีซีไทย; 2569 [cited 2569 8 สิงหาคม]. Available from: https://www.bbc.com/thai/articles/c7vg0p5n7j2o.
  2. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), กระทรวงสาธารณสุข. สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า 1 ใน 4 นนทยุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.); 2568 [cited 2568 8 กันยายน]. Available from: https://prgroup.hss.moph.go.th/info/news/4488-สบส-เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง-พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า-1-ใน-4.
  3. UNICEF. Bullying: What is it and how to stop it: UNICEF; 2026 [Available from: https://www.unicef.org/parenting/child-care/bullying.
  4. Betts LR, Houston JE, Steer OL. Development of the Multidimensional Peer Victimization Scale-Revised (MPVS-R) and the Multidimensional Peer Bullying Scale (MPVS-RB). J Genet Psychol. 2015;176(1-2):93-109.
  5. Eastman ML, Moore AA, Cecilione J, Hettema JM, Roberson-Nay R. Confirmatory factor structure and psychometric properties of the Multidimensional Peer Victimization Scale. J Psychopathol Behav Assess. 2018;40(4):725-35.
  6. Wongchinsri T, Chaiudomsom K, Piyavhatkul N, Piyawattanametha S, Bunpromma W. Transcultural Translation and Reliability of Cyberbullying and Online Aggression Survey Instrument: Thai Version. Journal of Population and Social Studies [JPSS]. 2022;30:640 - 51.
  7. นงนุช จินดารัตนาภรณ์, สลักจิต ชื่นชม. โครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่สร้างความเป็นปกติให้แก่เด็กไทยในการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และสุขภาพจิต. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2569.

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th