The Prachakorn

อนาคตของแรงงานไทย จะอยู่อย่างไรให้รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์


สุภรต์ จรัสสิทธิ์

21 ตุลาคม 2569
36



จากที่เคยมีเด็กเกิดปีละกว่า 1 ล้านคน เหลือไม่ถึง 500,000 คนในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนแรงงานในอนาคตมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในสองเรื่องพร้อมกัน ทั้งจำนวนแรงงานที่ลดลง และการเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ที่กำลังเร่งให้โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แรงงานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะที่หลากหลายและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ความกังวลเรื่องงานสู่ความท้าทายในยุค AI 

ในช่วงก่อนที่ AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างแพร่หลายในโลกการทำงาน ความกังวลต่อความมั่นคงในการจ้างงานก็มีในระดับสูงอยู่แล้ว สะท้อนจากผลการสำรวจ World Values Survey (2017-2022) ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่าประชาชนไทยร้อยละ 71 มีความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียงานหรือการหางานทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงด้านการจ้างงานยังคงเป็นประเด็นสำคัญของสังคมไทย อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในช่วงก่อนที่ Generative AI จะมีบทบาทอย่างมากในสังคมไทยและสังคมโลก ขณะที่รายงาน The Next Great Divergence โดย The United Nations Development Programme (UNDP) ได้ประเมินว่าเมื่อประเทศมีการนำ AI เข้ามาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อาจช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP growth) ได้ประมาณ 2% ต่อปี ดังนั้นแรงงานคงหนีไม่พ้นการเข้ามามีบทบาทในงานและอาชีพมากขึ้นของ AI เนื่องจากตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นบางส่วน เช่น การแปลภาษา การให้ข้อมูลลูกค้า สามารถถูกทดแทนหรือปรับเปลี่ยนบทบาทด้วย AI ได้เช่นกัน 

ที่มา: ปรับจากรูปภาพที่ 2.2 ในรายงาน UNDP (2025) 

ความกังวลต่อความมั่นคงในงานไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตเทคโนโลยีเคยเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่การเข้ามาของคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการให้บริการออนไลน์ที่ทำให้ร้านเช่าวิดีโอ ร้านเช่าหนังสือ หรือการส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน ค่อยๆ ลดบทบาทลง ลักษณะงานมีการเปลี่ยนไปตามการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่มีการเติบโตขึ้น การให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคาร โรงแรม ร้านอาหาร หลายแห่งเริ่มพบการใช้คนทำงานน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา การเช็คอินเข้าห้องพักผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อรับคีย์การ์ดได้โดยไม่ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หรือการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อสั่งอาหารแทนการสื่อสารกับพนักงานโดยตรง

นอกจากนี้ ผลกระทบของ AI ยังอาจแตกต่างกันตามลักษณะการกระจายตัวของแรงงานในแต่ละอาชีพ โดยงานที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจาก AI สูงหลายประเภท เช่น งานธุรการ งานบริการลูกค้า และงานสนับสนุนสำนักงาน เป็นกลุ่มอาชีพที่มีแรงงานหญิงทำงานอยู่ในสัดส่วนค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้หญิงอาจเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการจ้างงานมากกว่ากลุ่มอื่นในบางสาขาอาชีพ 

ทำงานมานานก็เสี่ยง เด็กจบใหม่ก็ลำบาก

สำหรับแรงงานที่สะสมประสบการณ์การทำงานมาเป็นเวลานาน ความกังวลคือ AI จะเข้ามาแทนที่งานที่เราทำอยู่หรือไม่ โดยผลการสำรวจ SCB EIC Consumer Survey โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 พบว่า กลุ่มงานที่ผู้ตอบแบบสำรวจมองว่ามีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในการทำงานจาก AI เช่น งานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำรายงาน การสรุปประเด็น และการสร้างเนื้อหา (content creation) แรงงานที่ทำงานในลักษณะนี้มานานอาจเริ่มกังวลว่าโอกาสการตกงานอาจะเป็นไปได้มากกว่าการได้เลื่อนตำแหน่ง ขณะที่ลักษณะงานที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น งานวิศวกรรม งานก่อสร้าง งานด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ รวมถึงงานด้านการค้าขาย

ในกลุ่มของผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอาจเผชิญความท้าทายอีกด้านหนึ่งจากการหางานทำคือ ลักษณะงานระดับต้นสำหรับแรงงานที่เพิ่งจบใหม่ในหลายสาขาอาชีพมักเป็นลักษณะงานที่ AI สามารถช่วยทำงานแทนได้ โดยเฉพาะงานที่มีรูปแบบชัดเจนและทำซ้ำได้ เช่น การร่างเอกสาร การแปลภาษา การสรุปข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น  การให้ข้อมูลลูกค้า  ส่งผลให้องค์กรอาจต้องการบุคลากรจำนวนน้อยลง หรือคาดหวังให้ผู้สมัครมีทักษะที่สูงขึ้นตั้งแต่เริ่มทำงาน ดังนั้น คนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอาจเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น 

การเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) การพัฒนาทักษะ (reskill) และการต่อยอดทักษะ (upskill) คือทางออกของแรงงานในยุค AI 

เมื่อทั้งแรงงานที่มีประสบการณ์และผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่หรือไม่ แต่คือแรงงานจะปรับตัวอย่างไรให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ในอนาคต ซึ่งจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 2/2569 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ผู้ที่จบการศึกษาสายสามัญมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดที่ 1.7% สูงกว่ากลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่า สะท้อนให้เห็นว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับสูงยังคงเผชิญความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันในการหางาน ความคาดหวังต่ออาชีพ และความสอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาดแรงงาน การมีวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในยุคที่ AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลกการทำงาน แรงงานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ง่าย เช่น การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ภาวะผู้นำ ความเห็นอกเห็นใจ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะความเป็นมนุษย์ (human skills) ที่สำคัญในการทำงานร่วมกับ AI

ซึ่งในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแรงงานในทุกช่วงวัย โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการศึกษาในระบบ แต่รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตการทำงาน ขณะเดียวกัน แรงงานจำนวนมากอาจจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อเปลี่ยนไปทำงานในบทบาทหรืออาชีพที่มีความต้องการสูงขึ้น และต่อยอดทักษะเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI และเครื่องมือดิจิทัลที่กำลังเข้ามามีบทบาทในองค์กรมากขึ้น จากรายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ได้คาดการณ์ว่าทักษะหลักของแรงงานทั่วโลกประมาณ 39% จะเปลี่ยนแปลงภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะใหม่ และการต่อยอดทักษะเดิม จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของแรงงานในยุค AI

ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะประชากรหดตัว การพัฒนาศักยภาพแรงงานที่มีอยู่ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ การปรากฏขึ้นของ AI ไม่ได้หมายถึงการแทนที่แรงงานมนุษย์ทั้งหมด แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานและทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ แรงงานที่สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จะได้รับประโยชน์มากกว่า ดังนั้น การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะใหม่ และการต่อยอดทักษะเดิม จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของแรงงานท่ามกลางสังคมสูงอายุและจำนวนแรงงานที่ลดลงในอนาคต


เอกสารอ้างอิง

  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์. (SCB EIC). (2569, 14 กรกฎาคม). เปิดมุมมองใหม่ Digital lifestyle ของผู้บริโภคชาวไทยในยุค Gen AI.  https://www.scbeic.com/th/detail/product/DigitalSurvey-140726
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2569). การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2569. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
  • LinkedIn Economic Graph. (2025, January). Work Change Report: AI Is Coming to Work. LinkedIn. https://economicgraph.linkedin.com/research/work-change-report 
  • United Nations Development Programme. (2025). The next great divergence: Why AI may widen inequality between countries. Regional Bureau for Asia and the Pacific, United Nations Development Programme.
  • World Economic Forum. (2025). The future of jobs report 2025. Geneva, Switzerland: World Economic Forum. 

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th