ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งสำคัญ อัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) หรือจำนวนบุตรเฉลี่ยของผู้หญิง 1 คน ตลอดวัยเจริญพันธุ์ ได้ลดลงเหลือประมาณ 0.86 ขณะที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 23 ของประชากรทั้งหมด (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, 2569) ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงว่า “คนไทยมีลูกน้อยลง คนมีอายุยืนยาวขึ้น” เท่านั้น แต่กำลังบอกว่า โครงสร้างครอบครัว รูปแบบการอยู่อาศัย และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกำลังเปลี่ยนแปลงไปด้วย
เมื่อพูดถึงคำว่า “ครอบครัว” ภาพที่คุ้นเคยมักเป็นพ่อ แม่ ลูก หรือสมาชิกที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่ในวันที่โครงสร้างประชากรและวิถีชีวิตของผู้คนกำลังเปลี่ยนแปลง ความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ก็ดูเหมือนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปด้วย เมื่อครอบครัวมีขนาดเล็กลง คนแต่งงานช้าลง มีคนอยู่คนเดียวมากขึ้น และประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ จึงอาจต้องกลับมาพิจารณาว่า ในวันที่รูปแบบครอบครัวเปลี่ยนไป “ครอบครัว” ยังมีความหมายอย่างไรสำหรับสังคมไทยในวันนี้
ปัจจุบันคำว่า “Pet Parent” หรือ “พ่อแม่ของสัตว์เลี้ยง” ปรากฏให้เห็นมากขึ้น หลายคนไม่ได้เรียกตัวเองว่า “เจ้าของ” แต่เลือกใช้คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่” และเรียกสุนัขหรือแมวว่า “ลูก” สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของคำเรียก แต่หากมองให้ลึกลงไป อาจสะท้อนความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่สำคัญในสังคม นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ และความหมายของคำว่า “ครอบครัว”

ที่มา ผู้เขียน
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ การที่ผู้คนมองสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกของครอบครัว จากการสำรวจประชากรสุนัขและแมวทั่วประเทศ รอบที่ 1 ปี 2569 ของศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า พบสุนัขและแมวที่มีเจ้าของ 7,276,542 ตัว ไม่มีเจ้าของ 304,245 ตัว และมีถิ่นที่อยู่ 3,871,501 ตัว รวมจำนวนที่สำรวจได้ 11,452,288 ตัว (ศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า, 2569) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวควรทำความเข้าใจว่าเป็น จำนวนที่สำรวจและบันทึกเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่จำนวนประชากรสุนัขและแมวทั้งหมดของประเทศ เพราะยังอาจมีสัตว์ที่ไม่ได้รับการสำรวจหรือไม่ได้เข้าสู่ระบบ ดังนั้นจำนวนจริงอาจสูงกว่านี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวน คือ “ความหมาย” ที่ผู้คนมอบให้กับสัตว์เลี้ยง ผลสำรวจของ TGM Research พบว่า ร้อยละ 58 [A2.1][A2.2]ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยมองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกของครอบครัว (TGM Research, 2026) สอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศไทยที่พบว่า ร้อยละ 72.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองสุนัขเป็นสมาชิกในครอบครัว สะท้อนแนวโน้มของ “pet humanization” ที่สัตว์เลี้ยงไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะสัตว์ที่เลี้ยงไว้ แต่เข้ามามีบทบาทในฐานะสมาชิกหนึ่งของครอบครัว (Nunti et al., 2025)
จาก “สัตว์เลี้ยง” จึงค่อย ๆ กลายเป็น “สมาชิกในครอบครัว” และจาก “เจ้าของ” กลายเป็น “ พ่อ แม่”ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้มีเพียงการให้อาหารหรือดูแลสุขภาพ แต่ประกอบด้วยความรัก ความผูกพัน ความรับผิดชอบ และการมีชีวิตประจำวันที่เชื่อมโยงกัน ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็น Pet Parent และมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว แต่เมื่อมองเรื่องนี้ผ่านเลนส์ประชากร สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงว่า “คนไทยเลี้ยงสัตว์มากขึ้นหรือไม่” หากแต่อยู่ที่คำถามที่ลึกกว่านั้นว่า เมื่อรูปแบบครอบครัวเปลี่ยนไป มนุษย์ยังคงต้องการอะไรจากคำว่า “ครอบครัว”? คำตอบหนึ่งอาจเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก นั่นคือ มนุษย์ยังคงต้องการใครสักคนให้รัก ให้ดูแล และทำให้รู้สึกว่าเป็นที่ต้องการ มนุษย์ต้องการความผูกพัน ต้องการการมีอยู่ของใครบางคนในชีวิต และต้องการรู้สึกว่าการมีอยู่ของตนเองมีความหมายต่อใครบางคน แม้รูปแบบของความสัมพันธ์นั้นอาจแตกต่างจากครอบครัวในความหมายแบบเดิม

ที่มา ผู้เขียน
ในสังคมที่คนมีลูกน้อยลง หรือบางคนเลือกไม่มีลูก ความต้องการเหล่านี้ไม่ได้หายไป เพียงแต่ความสัมพันธ์ที่เติมเต็มความต้องการทางใจอาจมีความหลากหลายมากขึ้น สำหรับบางคน สัตว์เลี้ยงอาจเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เหล่านั้น การมีสัตว์เลี้ยงหมายถึงการมีใครบางคนรออยู่ที่บ้าน มีหน้าที่ที่ต้องดูแลในแต่ละวัน และมีความผูกพันที่ทำให้ชีวิตมีจังหวะและความหมายมากขึ้นสำหรับผู้สูงอายุบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงของบทบาท รูปแบบการอยู่อาศัย หรือความสัมพันธ์ในชีวิต สัตว์เลี้ยงอาจเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ช่วยเติมเต็มความผูกพันและการสนับสนุนทางใจ
งานทบทวนวรรณกรรมเชิงคุณภาพเกี่ยวกับบทบาทของสัตว์เลี้ยงในชีวิตผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งมองสัตว์เลี้ยงเป็นทั้งเพื่อน แหล่งของความสบายใจ ความสุข และการสนับสนุนทางอารมณ์ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ทำให้รู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่เคียงข้างและมีใครบางคนที่ต้องดูแล (Reniers et al., 2023) ขณะเดียวกัน งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบจาก 24 การศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างการมีสัตว์เลี้ยงกับการแยกตัวทางสังคมและความเหงาในบางบริบท โดยเฉพาะในช่วงหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสัตว์เลี้ยงอาจมีบทบาทในการช่วยให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงและไม่โดดเดี่ยว (Kretzler, König, & Hajek, 2022)
สิ่งที่น่าสนใจจึงอาจไม่ใช่เพียงคำถามว่า “สัตว์เลี้ยงช่วยแก้ความเหงาได้หรือไม่” แต่คือการมองเห็นว่า ความสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเติมเต็มความต้องการทางใจของมนุษย์ ทั้งการมีเพื่อน การได้รับความรัก การดูแลซึ่งกันและกัน และการมีใครบางคนอยู่ในชีวิต และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ปรากฏการณ์ Pet Parent น่าสนใจในมุมมองทางด้านประชากร
ปรากฏการณ์ “Pet Parent” อาจไม่ได้ชวนให้เราต้องตอบเพียงว่า “สัตว์เลี้ยงกำลังเข้ามาแทนที่ลูกหรือไม่” หากมองให้กว้างขึ้น ปรากฏการณ์นี้อาจกำลังสะท้อนว่า เมื่อวิถีชีวิตและโครงสร้างครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ความหมายของคำว่า “ครอบครัว” เองก็อาจกำลังเปลี่ยนตามไปด้วย

ที่มา ผู้เขียน
ในมุมนี้ “Pet Parent” จึงอาจมองได้มากกว่าการเปลี่ยนแปลงวิถีการเลี้ยงสัตว์ แต่เป็นอีกภาพหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังคม เพราะความสัมพันธ์ที่มีความหมายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น สัตว์เลี้ยงอาจเป็นหนึ่งในรูปแบบของความผูกพันและการดูแลที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คน
สิ่งที่ปรากฏการณ์นี้ชวนให้สังคมตั้งคำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “ทำไมคนจึงหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น?” แต่สิ่งที่ปรากฏการณ์นี้ชวนให้สังคมตั้งคำถาม คือ ในวันที่ผู้คนมีวิถีชีวิตและรูปแบบครอบครัวที่แตกต่างกันมากขึ้น เราจะออกแบบสังคมอย่างไรให้ทุกคนยังมีความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นที่รัก และเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
แหล่งข้อมูล
