The Prachakorn

แรงงานไทยในวิกฤต : เมื่อสังคมสูงวัย งาน 3D และ AI มาบรรจบกัน


ขนิษฐา ทองโต

09 พฤศจิกายน 2569
8



ทุกวันนี้ปัญญาชนไทยจบใหม่กำลังเดินเตะฝุ่นหางานด้วยความยากลำบาก ในขณะที่โรงงานบางแห่งกลับประสบปัญหาคนงานไม่เพียงพอ และทั้งโรงงานไม่มีคนงานคนไทยแม้แต่คนเดียว นี่คือภาพความจริงในบางพื้นที่ของไทยทุกวันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตแรงงานที่ซับซ้อน: ประชากรวัยทำงานหดตัว ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เป็นประวัติการณ์ และปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาแทนที่ทักษะบางอย่าง ทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในประเทศไทย ในขณะที่ประชากรของประเทศไทยอัตราการเกิดที่น้อยลง และยังมีประชากรวัยแรงงานต้องการทำงานในภาคอุตสาหกรรมกลับถูกปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่ แต่ในทางกลับกันภาคบริการของไทยกำลังขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติเข้ามามีส่วนร่วมกับตลาดแรงงานของไทย

ที่มารูปภาพ : Creating by the author using Gemini, 2026.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานว่าในปี 2569 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) โดยมีผู้สูงอายุเกือบ 15 ล้านคน ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ เพียง 380,000 คนต่อปี1 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ สาเหตุหลักมาจากการที่ครัวเรือนไทยไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อยลงด้วยเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ  วิกฤตเด็กน้อยส่งผลในด้านเศรษฐกิจทั้งระบบทั้งจำนวนแรงงาน ภาระด้านสวัสดิการและการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จึงมีนโยบายด้านประชากร โดยมีแนวทาง

  1. ลดภาระค่าใช้จ่ายในการมีลูก การช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายตั้งแต่ช่วงก่อนตั้งครรภ์ไปจนถึงวัยเด็ก เช่น ประเทศไทย  มีเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย และครอบคลุมการรักษาภาวะมีบุตรยากภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ
  2. ลงทุนในศูนย์ดูแลเด็กและการศึกษาปฐมวัย  อุปสรรคไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงการดูแลบุตรหลังคลอด ลงทุนกับศูนย์เด็กเล็กที่มีคุณภาพและค่าใช้จ่ายไม่สูง
  3. ทำให้งานกับครอบครัวไปด้วยกันได้  เพิ่มสิทธิการลาคลอด เพิ่มสิทธิการลาเลี้ยงบุตร สนับสนุนการทำงานแบบยืดหยุ่น2

ประเทศไทยยังต้องการคนทำงานประเภท 3-D คืองานที่ยากลำบาก เสี่ยงต่ออันตราย และสกปรก แรงงานงานไทยส่วนใหญ่ ปฏิเสธงานประเภท 3-D จึงเกิดคำถามว่า แล้วงานประเภท 3-D ใครจะต้องเป็นคนทำและรับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็พบว่า มีแรงงานข้ามชาติต้องยอมทำงานประเภท3-D แล้วทำไมพวกเขาถึงยอมทำงานประเภท 3-D  เมื่อเทียบกับการทำงานในประเทศของตนเองแล้วรายได้ในไทยสูงกว่าประเทศของพวกเขา โอกาสในการทำงานง่ายและหางานง่ายกว่า สภาพเศรษฐกิจในประเทศต้นทางไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศต้นทาง

ด้านมืดของแรงงานต่างชาติ แรงงานต่างชาติโดยเฉพาะจากเมียนมา ลาว และกัมพูชา เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากแต่สิ่งที่พวกเขาได้รับกลับเป็น ค่าจ้างต่ำกว่าเพดานค่าแรงขั้นต่ำ ที่พักที่ไม่ได้มาตรฐานและอุปสรรคด้านภาษาที่กีดกันการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ในส่วนของประเทศไทยยังมีกฎหมายที่ช่วยสนับสนุนแรงงานต่างชาติอย่างถูกต้อง อย่างเช่น พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 75 ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในกรมการจัดหางาน เรียกว่า "กองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว" เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเพื่อบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว3 และเมื่อ AI เข้ามาซ้ำเติม วิกฤตนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้น  ปัญญาประดิษฐ์เริ่มเข้ามาทดแทนงานที่ใช้ทักษะระดับกลาง ส่งผลให้มีคนตกงานเพิ่มขึ้น

จะดีกว่าไหมถ้าเราจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยดำเนินไปได้ด้วยกันและค่อยๆ แก้ปัญหาความเสี่ยงในด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบ เช่น ปัญหาของประชากรวัยแรงงานหดตัวลงและการมาแทนที่ของAI แก้ไขโดยการนำแผนปฏิบัติด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2567- 2570) เพื่อส่งเสริมในด้านของเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพของชีวิต ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์4  และปัญญาประดิษฐ์ให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพและผู้คนตระหนักถึงจริยธรรม ศีลธรรม นำไปต่อยอด พัฒนาตนเอง ในขณะที่ประชากรวัยเด็กและวัยทำงานจะมีสัดส่วนที่ลดลง นำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566 – 2570   ตามหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต การพัฒนากำลังคนของไทยเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ การเป็นสังคมสูงวัย ส่งผลให้ประเทศจะขาดกำลังคนในเชิงปริมาณ ประกอบกับผลิตภาพแรงงานที่ลดลงในช่วงโควิด-19 เพิ่มปัญหา ด้านกำลังคนเชิงคุณภาพ จนอาจเป็นข้อจำกัดในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ5 การรับมือทั้งหมดนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่แก้ปัญหาได้ทันท่วงที แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เราสามารถใช้ชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางประชากร สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม


เอกสารอ้างอิง

  1. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. ( 2569). แถลงข่าว สถานการณ์ประชากรไทยปี 2569 "พลิกวิกฤต เกิดน้อย- สังคมสูงวัย. https://ipsr.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2026/01/612-Thai-Pop-Situation-2569-update.pdf 
  2. THAIPUBLICA. (2569). โลกเร่งแก้วิกฤติประชากร เมื่อ “เด็กเกิดน้อย” กลายเป็นโจทย์ยากที่สุดของศตวรรษ. https://thaipublica.org/2026/08/population-crisis-low-birth-rate/  
  3. สมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร.(2560). พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560.https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/065/1.PDF
  4. AI THAILAND.(n.d.). AI Thailand | แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565–2570). https://www.ai.in.th/about-ai-thailand/
  5. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.(2568). ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566-2570. https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/03/Plan13_DraftFinal.pdf

Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th