The Prachakorn

ใส่บาตรแต่ละครั้ง เราคิดถึงสุขภาพพระแค่ไหน?


ณัฐจีรา ทองเจริญชูพงศ์

08 ธันวาคม 2569
3



ทุกเช้า ภาพพระสงฆ์ออกบิณฑบาตและประชาชนยืนรอใส่บาตรเป็นภาพที่คุ้นเคยในสังคมไทย การใส่บาตรเป็นทั้งวิถีแห่งการทำบุญและการแสดงความศรัทธา หลายคนเลือกอาหารที่ตนเองชอบ อาหารที่เชื่อว่าเป็นมงคล หรืออาหารที่ระลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว แต่เราเคยหยุดคิดหรือไม่ว่า อาหารและเครื่องดื่มที่เราเลือกใส่บาตรในแต่ละวัน ส่งผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์อย่างไร?

เมื่อพระเลือกอาหารเองไม่ได้ ผู้ใส่บาตรจึงมีส่วนสำคัญ

พระสงฆ์มีข้อจำกัดในการเลือกฉันอาหาร เพราะต้องฉันอาหารที่ได้รับจากการบิณฑบาตหรือที่ญาติโยมนำมาถวาย หากอาหารที่ได้รับส่วนใหญ่มีรสหวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด ซึ่งจะมีมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียมสูงเป็นประจำ อาหารเหล่านั้นก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตต่อพระสงฆ์รูปนั้นได้

ดังนั้น ปัญหานี้จึงไม่ได้อยู่ที่พระสงฆ์เพียงฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเลือกอาหารของผู้ถวายด้วย เพราะแม้เราจะตั้งใจทำบุญด้วยความปรารถนาดี แต่หากสิ่งที่ถวายไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ความตั้งใจนั้นก็อาจไม่ส่งผลดีต่อสุขภาวะของผู้รับเท่าที่ควร

เลือกอาหารอย่างไร ให้ได้บุญและดีต่อสุขภาพ

ข้อมูลจากโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุสามเณรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปี 2565–2568 พบว่า พระสงฆ์ร้อยละ 78 มีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง1  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงรณรงค์ผ่านแคมเปญ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” เพื่อชวนให้ประชาชนเปลี่ยนมุมมองจากการเลือกอาหารตามความชอบหรือความเชื่อเพียงอย่างเดียว มาเป็นการคำนึงถึงสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย โดยเน้นการลดหวาน มัน เค็ม และสร้างความใส่ใจในการเลือกอาหารที่ถวาย

การใส่บาตรเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเพิ่มค่าใช้จ่าย แค่เริ่มจากการเลือกอาหารให้หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย เลือกปลา ไข่ เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพิ่มผักและผลไม้สด และเลือกวิธีปรุงอาหารอย่างต้ม นึ่ง อบ หรือยำ แทนอาหารทอดหรืออาหารที่มีกะทิและไขมันสูงบ่อย ๆ ตามคำแนะนำในคู่มือ “3 เลือก 1 ลดใส่บาตรอย่างไร ให้พระสงฆ์ไทยสุขภาพดี” ของกรมอนามัย2 

ส่วนขนมและเครื่องดื่ม ควรลดผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลสูง เลือกเครื่องดื่มหวานน้อยหรือไม่เติมน้ำตาล และถวายน้ำเปล่าเป็นทางเลือก หากเป็นอาหารแห้งหรืออาหารบรรจุภัณฑ์ ควรตรวจสอบวันหมดอายุ สภาพบรรจุภัณฑ์ และอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อ ทั้งนี้ การมีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” อาจช่วยประกอบการตัดสินใจได้ แต่ควรพิจารณาชนิดและปริมาณอาหารโดยรวมด้วย

เพราะความห่วงใยเริ่มต้นได้จากสิ่งที่เราเลือก

การดูแลสุขภาพพระสงฆ์ไม่ใช่หน้าที่ของพระสงฆ์หรือหน่วยงานด้านสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่คนเลือกซื้ออาหาร ผู้ปรุงอาหาร ร้านค้าที่จำหน่ายชุดใส่บาตร ไปจนถึงชุมชนที่ช่วยกันเพิ่มทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

ครั้งต่อไปก่อนใส่บาตร เราอาจลองถามตัวเองสักนิดว่า อาหารและเครื่องดื่มที่กำลังจะถวายมีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ ลดหวาน ลดมัน ลดเค็มได้อีกหรือเปล่า เพราะการทำบุญไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่ความตั้งใจดีของผู้ให้ แต่สามารถส่งต่อความห่วงใยไปถึงสุขภาพของผู้รับได้ด้วย


เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (2569). “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”https://storyhub.thaihealth.or.th/w/okhrngkar-aekhmepy-1yx5r?lang=TH
  2. กรมอนามัย (2566). 3เลือก1ลดใส่บาตรอย่างไร ให้พระสงฆ์ไทยสุขภาพดี. https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info478_monk/

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th