The Prachakorn

การย้ายถิ่น: ทางเลือกเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


มงคล ธงชัยธนาวุฒิ

07 ธันวาคม 2569
21



การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นความท้าทายแห่งยุคสมัย โดยส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และการดำรงชีพของมนุษย์ แม้ผลกระทบจะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ความรุนแรงและความสามารถในการรับมือแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขทางสังคมและเศรษฐกิจ กลุ่มคนที่พึ่งพาเกษตรกรรมเป็นการดำรงชีพและแหล่งรายได้หลักอาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรในการรับมือกับผลกระทบและความเสี่ยง โดยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและทำให้รายได้จากกิจกรรมดังกล่าวมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change adaptation) จึงมีความสำคัญต่อการลดความเปราะบางและคงไว้ซึ่งความมั่นคงในการดำรงชีพของผู้คน1

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคืออะไร

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามนิยามของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) คือ กระบวนการปรับเปลี่ยนกิจกรรมใด ๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริงหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบหรือหรือใช้ประโยชน์จากโอกาสที่อาจเกิดขึ้น2 การปรับตัวนี้สามารถแบ่งออกเป็นสองรูปแบบ คือ 1) การปรับตัวแบบวางแผน (Planned adaptation) และ 2) การปรับตัวด้วยตนเอง (Autonomous adaptation) การปรับตัวแบบวางแผนเป็นการดำเนินงานผ่านการตัดสินใจเชิงนโยบายโดยหน่วยงานภาครัฐ จึงมีลักษณะการดำเนินงานจากจากบนลงล่าง (Top-down) ขณะที่ การปรับตัวด้วยตนเอง คือ การริเริ่มของประชาชนจากการเรียนรู้และประสบการณ์ โดยปราศจากการแทรกแซงจากหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นการจัดการดำเนินงานแบบล่างขึ้นบน (Bottom-up) ทั้งนี้ การย้ายถิ่นถูกจัดให้เป็นการปรับตัวด้วยตนเอง

การย้ายถิ่นเพื่อการปรับตัว  

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา การย้ายถิ่นได้รับความสนใจในแวดวงวิชากรและผู้กำหนดนโยบาย การย้ายถิ่นถูกมองว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่บุคคลหรือครัวเรือนอาจใช้เพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การย้ายถิ่นในแนวทางนี้มักอธิบายผ่านการย้ายถิ่นแรงงานของประชากรในชนบทซึ่งพึ่งพากิจกรรมในภาคเกษตรเป็นหลัก โดยการย้ายถิ่นเป็นการร่วมตัดสินใจของสมาชิกในครัวเรือนเพื่อส่งสมาชิกสักคนหนึ่งย้ายถิ่นออกไปทำงานนอกภาคเกษตร ขณะที่สมาชิกคนอื่นยังคงดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในถิ่นต้นทาง การจัดสรรบทบาทเช่นนี้อาจช่วยให้ครัวเรือนมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายขึ้น และลดการพึ่งพากิจกรรมทางเศรษฐกิจเพียงประเภทเดียว กลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า การกระจายความเสี่ยง  ในที่นี้เป็นการกระจายความเสี่ยงทั้งในเชิงพื้นที่และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น เมื่อผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหรือน้ำท่วม ครัวเรือนที่มีสมาชิกย้ายถิ่นไปทำงานนอกภาคเกษตรในเขตเมืองอาจยังมีรายได้จากการทำงานของสมาชิกคนนั้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและรายได้จากการเกษตรได้  โดยอยู่ในรูปของเงินส่งกลับ  

ความสำคัญของเงินส่งกลับในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เงินส่งกลับจึงถือเป็นกลไกสำคัญที่การย้ายถิ่นอาจช่วยสนับสนุนการดำรงชีพและการปรับตัวของครัวเรือนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เงินส่งกลับอาจนำไปใช้เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น การซื้อหาอาหารและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เมื่อผลผลิตทางการเกษตรลดลงหรือเมื่อรายได้จากการทำการเกษตรไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เงินส่งกลับจึงอาจเป็นเครื่องมือบรรเทาความยากลำบากในระยะสั้นได้ นอกจากนี้ เงินส่งกลับยังอาจถูกใช้สำหรับการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในอนาคต เช่น การลงทุนในพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การเพิ่มความหลากหลายของชนิดพืชที่เพาะปลูก หรือแม้แต่การลงทุนในกิจกรรมนอกภาคเกษตรเพื่อกระจายความเสี่ยงของแหล่งรายได้ นอกจากเงินส่งกลับแล้ว สมาชิกผู้ย้ายถิ่นยังอาจถ่ายทอดความรู้ ทักษะ แนวทางปฏิบัติ และนวัตกรรม ที่ได้เรียนรู้จากถิ่นปลายทางกลับมายังสมาชิกในครัวเรือน สิ่งเหล่านี้เรียกกันว่า การส่งต่อทางสังคม (Social remittances) ซึ่งมีส่วนช่วยให้ครัวเรือนเข้าถึงความรู้และแนวทางใหม่ ๆ ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ไม่มากก็น้อย 

ข้อจำกัดของการย้ายถิ่นเพื่อการปรับตัว

แม้การย้ายถิ่นจะมีศักยภาพในการช่วยครัวเรือนรับมือกับความเสี่ยงและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การย้ายถิ่นยังคงมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ซึ่งอาจทำให้บางครัวเรือนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทางเลือกนี้ได้ หรือทำให้การย้ายถิ่นไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ประการแรก การย้ายถิ่นต้องอาศัยต้นทุนสูง ต้นทุนในที่นี้หมายรวมถึงตัวเงินที่ใช้สำหรับดำเนินการย้ายถิ่น (ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการหางาน ค่าใช้จ่ายสำหรับตั้งตัว ฯลฯ)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายถิ่นไปทำงานยังต่างประเทศซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายและข้อกำหนดเพิ่มเติม นอกจากนี้ ต้นทุนยังหมายถึงต้นทุนทางสังคม กล่าวคือ  การย้ายถิ่นยังต้องอาศัยข้อมูลและเครือข่ายทางสังคมที่ช่วยในการหางานและตั้งหลักในถิ่นปลายทาง ผู้ที่ขาดเครือข่ายดังกล่าวอาจเผชิญกับความไม่แน่นอนและต้นทุนที่สูงกว่า ประการที่สอง การย้ายถิ่นเป็นกระบวนการที่มีการคัดเลือก  การเข้าถึงงานที่มีรายได้เพียงพอและมั่นคงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการศึกษา ทักษะ และประสบการณ์ทำงาน ผู้ที่มีการศึกษาน้อยอาจยังสามารถเข้าถึงงานบางประเภทได้ แต่ก็อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงงานที่มีค่าจ้างสูงหรือมีความมั่นคงเพียงพอ  ครัวเรือนที่มีข้อจำกัดในด้านเหล่านี้จึงประสบกับอุปสรรคในการย้ายถิ่นได้มากกว่า หรืออาจได้รับประโยชน์จากการย้ายถิ่นไม่มากพอที่จะสนับสนุนสมาชิกในถิ่นต้นทาง ข้อค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่า การย้ายถิ่นและเงินส่งกลับไม่ใช่ทางเลือกที่ครัวเรือนทุกแห่งสามารถเข้าถึงได้3  ประการที่สาม แม้ครัวเรือนจะสมาชิกย้ายถิ่นไปทำงานที่อื่น แต่ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าสมาชิกคนนั้นจะสามารถส่งเงินกลับมาได้เสมอไป ผู้ย้ายถิ่นเองอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรืออาจเผชิญกับความไม่มั่นคงในการจ้างงานและค่าครองชีพที่สูงในถิ่นปลายทาง หากรายได้ไม่เพียงพอที่จะส่งกลับไปยังครัวเรือน การย้ายถิ่นก็อาจไม่สามารถเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงได้ตามที่คาดหวัง และในบางกรณีอาจเพิ่มภาระทางการเงินให้กับครัวเรือนต้นทางได้ด้วย ประการสุดท้าย การพิจารณาให้การย้ายถิ่นเป็นการปรับตัวด้วยตนเองอาจนำไปสู่การผลักภาระในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับครัวเรือน เมื่อรัฐถือว่าครัวเรือนสามารถจัดการความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง ข้อจำกัดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การย้ายถิ่นไม่ได้เป็นทางเลือกที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน และไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่ายเสมอไป การพิจารณาการย้ายถิ่นในฐานะกลยุทธ์การปรับตัวจึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขที่ครัวเรือนจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

บทสรุป

ผู้เขียนเห็นว่าการย้ายถิ่นแรงงานเป็นหนึ่งทางเลือกที่อาจช่วยให้ครัวเรือนที่พึ่งพาเกษตรกรรมรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ การย้ายถิ่นยังสะท้อนความสามารถของบุคคลในการตัดสินใจและดำเนินการภายใต้เงื่อนไขชีวิตของตนเอง  อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร โอกาส และเงื่อนไขทางสังคมที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรสันนิษฐานว่าทุกคนมีทางเลือกในการย้ายถิ่นอย่างเท่าเทียมกัน หรือว่าการย้ายถิ่นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในทุกกรณี การส่งเสริมการย้ายถิ่นในฐานะทางเลือกหนึ่งในการปรับตัวจึงควรดำเนินควบคู่กับการสนับสนุนจากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการสนับสนุนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างทางเลือกในการดำรงชีพสำหรับผู้ที่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการย้ายถิ่น

เอกสารอ้างอิง

  1. Intergovernmental Panel on Climate Change. (2023). Summary for policymakers. In H. Lee & J. Romero (Eds.), Climate change 2023: Synthesis report. Contribution of Working Groups I, II and III to the Sixth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change (pp. 1–34). IPCC. https://doi.org/10.59327/IPCC/AR6-9789291691647.001.
  2. Intergovernmental Panel on Climate Change. (2022). Annex II: Glossary. In H.-O. Pörtner, D. C. Roberts, M. Tignor, E. S. Poloczanska, K. Mintenbeck, A. Alegría, M. Craig, S. Langsdorf, S. Löschke, V. Möller, A. Okem, & B. Rama (Eds.), Climate change 2022: Impacts, adaptation and vulnerability. Contribution of Working Group II to the Sixth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change (pp. 2897–2930). Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/9781009325844.029.
  3. Thongchaithanawut, M., Borderon, M., & Sakdapolrak, P. (2026). Remittances in response to environmental shocks: A panel study of rural Thailand and Vietnam. Population and Environment, 48(4). https://doi.org/10.1007/s11111-026-00519-9

 

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th