The Prachakorn

แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573


กัญญา อภิพรชัยสกุล

15 สิงหาคม 2566
1,078



ในปี 2559 ประเทศไทยและประเทศสมาชิก 11 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เห็นพ้องกันว่าเรื่องของการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายมีความจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีมติเห็นชอบร่วมกันเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Resolution SEA/RC69/R4 Promoting Physical Activity in South-East Asia Region) จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573 ของประเทศไทย โดยมีเจ้าภาพหลัก คือ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตามมาด้วยแผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2563 และแผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2564-2565 แผนฯ ดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายและทิศทางของการดำเนินงานด้านกิจกรรมทางกายมาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

สำหรับแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573 ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก ที่ให้ความสำคัญกับการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนไทย แผนฯ นี้ได้รับการพัฒนาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในมิติของการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและเหมาะสมตั้งแต่วัยเด็กสู่ทุกช่วงวัยนั้น สามารถสร้างความแข็งแรงของหัวใจ พัฒนาสมอง กล้ามเนื้อและกระดูก การคิดวิเคราะห์ และพัฒนาภาวะทางอารมณ์

เกี่ยวกับการดำเนินตามแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สามารถสรุปการดำเนินการที่สำคัญตามกรอบแนวคิดของแผนฯ คือ กลุ่มวัย สถานที่ และระบบสนับสนุนได้ 5 ประเด็น ดังนี้

1) การส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวัย วัยเรียน และวัยรุ่นในสถานศึกษา
2) การส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับวัยทำงานในสถานประกอบการ
3) การส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยในชุมชน กีฬามวลชน การคมนาคมและการผังเมือง
4) การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระบบบริการสาธารณสุข
5) การพัฒนาระบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

รูป โมเดล 5x5x5 แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-73
ที่มา: แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-73

ทั้งนี้ในการดำเนินงานของแผนฯ ถูกออกแบบและกำหนดวิสัยทัศน์ให้มีความครอบคลุมกับประชากรทุกกลุ่มวัยในทุกบริบทพื้นที่ ภายใต้โมเดลที่เรียกว่า 5x5x5 (5 กลุ่มวัย X 5 สภาพแวดล้อม x 5 ระบบสนับสนุน) ซึ่งเป็นโมเดลที่เข้ามายกระดับพฤติกรรมด้านการมีกิจกรรมทางกายของคนไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยจะส่งผลต่อการมีสุขภาพที่ดีในอนาคต

สำหรับแผนฯ ดังกล่าวมีนโยบาย ออกมาเพื่อสนับสนุนแผนฯ คือ

  1. นโยบาย Active children ขับเคลื่อนโดยภาคีเครือข่ายหน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถดำเนินงานได้พร้อมกันทั่วประเทศ คือ “โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เด็กปฐมวัย ท้องถิ่นไทยผ่านการเล่น” เป็นโครงการที่ดำเนินงานกับกลุ่มเด็กปฐมวัย สถานที่เป้าหมาย คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  2. นโยบาย National steps challenge ขับเคลื่อนผ่าน “โครงการก้าวท้าใจ” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นโครงการที่นำเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสุขภาพของประชาชน เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อยู่ที่ไหนก็สามารถออกกำลังกายได้ และหากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถบันทึก Health Point ลงในแพลตฟอร์ม “ก้าวท้าใจ” และสามารถนำไปแลกของรางวัลได้
  3. นโยบายมาตรการทางภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการมีกิจกรรมทางกาย จากการลดภาษีส่วนบุคคล เช่น การซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย การสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนส การสมัครร่วมเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เพื่อสุขภาพ

จุดเด่นของแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573

ในปี 2565 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับมอบหมายจากโครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของประเทศ ระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก (Country Cooperation Strategy: CCS NCD) ให้ดำเนินการประเมินแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573  ผลการประเมินพบว่า แผนฯ มีจุดเด่นมากมาย คือ

  • แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเป็นแผนระดับชาติ ที่ตอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ผู้บริหารระดับสูงสุดของประเทศให้ความสำคัญ ผ่านมติ ครม. โดยเป็นแผนฯ ที่ขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่  
  • แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเป็นแผนฯ ที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับ WHO Global Action Plan on Physical Activity 2018-2030 (GAPPA) ทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายไปพร้อมกับประเทศอื่น
  • มีการวางยุทธศาสตร์การทำงานที่ชัดเจน 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ส่งเสริมกิจกรรมทางกายประชาชนทุกกลุ่มวัย 2) ส่งเสริมสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย 3) พัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย รวมถึงมีกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
  • มีนโยบายที่เด่นชัดในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระดับประเทศ และมีการผลักดันนโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3 นโยบาย ดังกล่าวข้างต้น
  • มีระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น มีระบบเฝ้าระวังการมีกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เช่น ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (Thailand Physical Activity Knowledge Development Centre : TPAK)

การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ สามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable Diseases: NCDs) ได้ การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในมิติของการปองกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ ในระยะเวลาที่เหลือของแผนอีกไม่ถึง 10 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกายของแผนฯ ควรให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางให้มากขึ้น เช่น ผู้พิการ หรือ ผู้สูงอายุ ควรเน้นและให้ความสำคัญกลุ่มเด็กและกลุ่มวัยเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้ละจากการติดหน้าจอมือถือและหันมามีกิจกรรมทางกายให้มากขึ้น สำหรับมาตรการทางภาษีเป็นนโยบายที่น่าสนใจและสามารถดึงดูดประชาชนให้เข้าร่วมกิจกรรมทางกายได้ แต่พบว่ายังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ควรทำให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่าจะได้รับการลดหย่อนภาษีในเรื่องใดบ้าง ควรบรรจุในแผนปฏิบัติการในระยะต่อไป

ท้ายนี้คำว่า “กิจกรรมทางกาย” สำหรับคนทั่วไปแล้วยังเข้าใจว่า คือ การออกกำลังกายอยู่ แต่การทำกิจกรรมทางกาย เช่น การเดินหรือการนับก้าวที่เพียงพอต่อวัน เช่น ผู้หญิงควรเดินวันละกี่ก้าว ผู้ชายวันละกี่ก้าว  ที่เพียงพอจะทำให้สุขภาพแข็งแรงเช่นเดียวกับการออกกำลังกายนั้น ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบให้มากขึ้น ในระยะเวลาที่เหลือของแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

ติดตามอ่านบทควาที่เกี่ยวข้องเรื่อง การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย


เอกสารอ้างอิง

  • กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
  • กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2563. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
  • กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2564-2565. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
  • สถาบันวิจัยประชกรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2565). รายงานวิจัยโครงการวิจันติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในรอบ 5 ปีแรก ตามแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม.

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th