The Prachakorn

วัยรุ่นกรุงเทพฯ จัดการกับความเครียดของตนเองอย่างไรบ้าง?


นงนุช จินดารัตนาภรณ์

14 สิงหาคม 2569
105



บทความก่อนหน้านี้เรื่อง “สาเหตุอะไรที่ทำให้วัยรุ่นกรุงเทพฯ เครียด?” ผู้เขียนเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นในกรุงเทพฯ เครียด ทั้งจากเรื่องการเรียน ความคาดหวังของครอบครัว การทะเลาะกับเพื่อน การโดนรังแก (bully)  และความรัก ในบทความนี้เรามาอ่านข้อมูลกันต่อค่ะว่า เด็กๆ หาทางจัดการกับความเครียดของตนเองได้อย่างไรบ้าง?

ข้อค้นพบจากการสนทนากลุ่มกับวัยรุ่นชายและหญิงอายุ 16–18 ปี จำนวน 12 คน ในกรุงเทพฯ ระบุว่า วัยรุ่นแต่ละคนมีวิธีจัดการกับความเครียดแตกต่างกัน วัยรุ่นบางคนทำบางอย่างที่ช่วยให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลายในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น การกินอาหารรสหวาน การดื่มเครื่องดื่มรสหวาน หรือการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในขณะที่วัยรุ่นบางคนเลือกทำกิจกรรมที่ช่วยทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การออกไปทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน1

วัยรุ่นหลายคนบอกว่า เมื่อตนเองมีความเครียดมักกินอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวาน เช่น ช็อกโกแลต ขนม หรือเครื่องดื่มรสหวาน เพราะรู้สึกว่าอาหารเหล่านี้ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น หรือช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่กดดันไปได้ วัยรุ่นหญิงคนหนึ่งเล่าว่า ช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เครียดมาก จนส่งผลต่อร่างกาย เช่น ประจำเดือนขาดไป 2 เดือน และในช่วงที่เครียดตนเองเลือกกินช็อกโกแลตเพื่อช่วยให้รู้สึกดีขึ้น นอกจากการกินเพื่อคลายเครียดแล้ว วัยรุ่นบางคนยังกินขนมเพราะช่วยให้รู้สึกตื่นตัว โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเรียนหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน เช่น การกินขนมกรุบกรอบหรือดื่มน้ำอัดลม เพื่อให้มีอะไรเคี้ยวและลดความง่วง ในขณะที่วัยรุ่นชายคนหนึ่งเล่าว่า ตนเองดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ เพราะชอบรสชาติ ช่วยให้ตื่นตัว และบางครั้งก็ใช้เป็นตัวช่วยเวลารู้สึกเครียด1

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่พบจากการสนทนากลุ่ม คือ วัยรุ่นบางคนมองว่า บุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดความเครียดหรือทำให้รู้สึกผ่อนคลายความเครียดได้ วัยรุ่นบางคนเล่าว่า เพื่อนของตนเองเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะรู้สึกเครียด โดยเฉพาะจากปัญหาครอบครัว เช่น พ่อแม่แยกทางกัน การไม่ได้อยู่กับครอบครัว หรือรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความสนใจและไม่ได้รับความรักจากครอบครัว จึงมองหาวิธีเยียวยาความรู้สึกของตัวเอง วัยรุ่นบางคนบอกว่า เหตุผลที่สูบคือ กลิ่นหอม หรือรู้สึกว่า สูบแล้วรู้สึกดี วัยรุ่นจึงมองบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือช่วยจัดการกับอารมณ์ในช่วงเวลาที่มีความเครียด1

อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นหลายคนยังมีวิธีรับมือกับความเครียดที่เป็นประโยชน์ เช่น การใช้เวลากับเพื่อน การออกไปทำกิจกรรมสนุกๆ หรือการหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย โดยวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งเล่าว่า แม้บางครั้งตนเองรู้สึกกดดันและเครียดกับตัวเองมาก แต่เมื่อได้อยู่กับเพื่อน ได้พูดคุย ได้เดินเล่น หรือออกไปหาอาหารกินด้วยกัน ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น1 ดังนั้น บางครั้งสิ่งที่ช่วยลดความเครียดอาจไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อน แต่อาจเป็นช่วงเวลาธรรมดาๆ เช่น การได้หัวเราะกับเพื่อน การมีคนรับฟัง หรือการได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้วัยรุ่นผ่อนคลาดจากความเครียดได้

จากเรื่องราวของวัยรุ่นข้างต้น เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น วัยรุ่นต่างพยายามหาวิธีทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ซึ่งผู้เขียนสรุปได้สองแบบ แบบแรก คือ การจัดการความเครียดที่มุ่งบรรเทาความรู้สึก วัยรุ่นบางคนเลือกกินของหวานและเครื่องดื่มรสหวาน ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะรู้สึกว่าช่วยให้ผ่อนคลาย วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้ความเครียดหรือความรู้สึกหนักใจลดลงในช่วงเวลาหนึ่ง และทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ 

แต่คำถามสำคัญคือ หลังจากความรู้สึกดีขึ้นชั่วคราวแล้ว ปัญหาที่ทำให้เราเครียด ยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่? 

บางครั้งสิ่งที่วัยรุ่นเลือกทำเพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาใหม่ในอนาคต เช่น การเสพติดรสชาติอาหารและการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของตนเองในระยะยาว

แบบที่ 2 คือ การจัดการความเครียดที่มุ่งแก้ปัญหาและดูแลตนเอง ซึ่งเป็นวิธีจัดการความเครียดบางอย่างที่อาจไม่ได้ทำให้วัยรุ่นรู้สึกดีขึ้นทันที แต่ช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น เช่น การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ การใช้เวลากับเพื่อน การทำกิจกรรมที่ชอบ หรือการหาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะกับตนเอง วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้วัยุร่นไม่ได้เพียงหนีออกจากความเครียด แต่ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้น

บางครั้งคำถามที่วัยรุ่นอาจลองถามตนเองเมื่อรู้สึกเครียด ไม่ใช่การถามแต่เพียงว่า “อะไรจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นตอนนี้?” แต่อาจต้องถามต่อว่า “สิ่งที่ฉันกำลังเลือกทำ จะช่วยฉันในระยะยาวได้ไหม?” เพราะความเครียดเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือวิธีที่ตนเองเลือกจัดการกับความเครียด เพราะการเลือกนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่มีผลต่อสุขภาพและชีวิตของตนเองในวันข้างหน้า


เอกสารอ้างอิง

  1. นงนุช จินดารัตนาภรณ์, สลักจิต ชื่นชม. โครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่สร้างความเป็นปกติให้แก่เด็กไทยในการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และสุขภาพจิต. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2569.

 


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th