ม้าลายเป็นสัตว์สกุลเดียวกับม้าและลา ซึ่งมีขายาวและมีแผงที่คอ ม้าลายมีรูปร่างเหมือนม้ามากกว่าลา ม้าลายมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ มีขนสีดำและมีลายสีขาว ปัจจุบันมีม้าลายเหลืออยู่เพียง 3 สายพันธุ์คือ ม้าลายทุ่งราบ (plains zebra) ม้าลายภูเขา (mountain zebra) และม้าลายเกรวี (Grevy’s zebra)
ม้าลายส่วนใหญ่เป็นม้าลายทุ่งราบ ซึ่งมีลำตัวหนา ขาสั้นกว่าปกติ มีหน้าผากยื่นออกมาและจมูกเว้าเข้าไปด้านใน ม้าลายทุ่งราบมีลายทางกว้างกว่าสายพันธุ์อื่น มีขาสีขาวและจมูกสีดำ (ดูรูป 1) พบได้ในทุ่งหญ้าทั่วแอฟริกาตะวันออกและใต้ ตั้งแต่ซูดานใต้และเอธิโอเปียตอนใต้ ไปจนถึงแม่น้ำไนล์ทางตะวันออก และลงไปทางใต้ถึงแองโกลาตอนใต้ นามิเบียตอนเหนือ และแอฟริกาใต้ตอนเหนือ

รูป 1 ม้าลายทุ่งราบ
ที่มา: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Equus_quagga_burchellii_-_Etosha,_2014.jpg
สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2569
ม้าลายภูเขา มีเบ้าตากลมกว่า มีเหนียงใต้คอ ลายทางบนลำตัวมีความกว้างปานกลาง แต่ลายแนวนอนที่บั้นท้ายกลับกว้างขึ้น มีท้องเป็นสีขาว และจมูกสีดำมีขอบสีน้ำตาลแดงหรือสีส้ม (ดูรูป 2) ม้าลายภูเขาอาศัยอยู่ในที่ราบสูงแห้งแล้ง พบได้ในแอฟริกาใต้ นามิเบีย และแองโกลา

รูป 2 ม้าลายภูเขา
ที่มา: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Equus_zebra_hartmannae_-_Etosha_2015.jpg
สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2569
ม้าลายเกรวี มีกะโหลกศีรษะเรียวยาว คอแข็งแรง หูรูปกรวย มีลายทางแคบที่สุด พร้อมลายวงกลมซ้อนกันบริเวณบั้นท้าย มีท้องและโคนหางสีขาว รวมทั้งมีเส้นสีขาวรอบปากสีเทาอมน้ำตาล (ดูรูป 3) ม้าลายเกรวีอาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งและมีต้นไม้ขึ้นเบาบาง ในเคนยาและเอธิโอเปียตอนใต้

รูป 3 ม้าลายเกรวี
ที่มา: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Grevy%27s_Zebra_Stallion.jpg
สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2569
ในบรรดาม้าลายทั้งหมด ม้าลายเกรวีมีขนาดใหญ่ที่สุด และม้าลายเกรวีตัวผู้ก็มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียอีกด้วย ส่วนม้าลายทุ่งราบและม้าลายภูเขาจะมีขนาดใกล้เคียงกัน รวมทั้งตัวผู้และตัวเมียของทั้งสองสายพันธุ์ก็มีขนาดใกล้เคียงกัน
ม้าลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกครั้งละ 1 ตัว โดยใช้เวลาท้องประมาณ 11 ถึง 13 เดือน ลูกม้าลายสามารถยืนและเดินได้หลังจากคลอดออกมา แม่ม้าลายจะเป็นผู้เลี้ยงดูลูกอ่อน โดยได้รับการปกป้องและสนับสนุนจากฝูง
ม้าลายกินหญ้าและกกเป็นอาหารหลัก แต่ก็กินเปลือกไม้ ใบไม้ หน่อ ผลไม้ และรากพืชด้วย ม้าลายใช้เวลาในแต่ละวันเพื่อการกินอาหารถึงร้อยละ 60–80 ม้าลายใช้ฟันหน้าที่คมกัดหญ้าและใช้ฟันหลังบดเคี้ยว ฟันของม้าลายจึงงอกขึ้นเรื่อยๆ ตลอดชีวิต เพราะการกินหญ้าและการเคี้ยวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟันสึกกร่อน
ม้าลายเป็น "สัตว์กินพืชบุกเบิก (pioneer grazer)" กล่าวคือ เป็นสัตว์กลุ่มแรกที่เข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัตว์อื่นเข้าไปกิน โดยม้าลายจะกินหญ้าสูง แข็ง มีเส้นใยมาก ในปริมาณมาก อันเป็นการป้องกันไม่ให้หญ้าเติบโตมากเกินไป พร้อมทั้งเปิดทางให้สัตว์กินพืชชนิดอื่นที่ต้องพึ่งพาหญ้าสั้นเข้ามาใช้ได้ ม้าลายจึงเป็นส่วนสำคัญของความสมดุลของระบบนิเวศทุ่งหญ้าสะวันนา นอกจากนี้ ม้าลายยังเป็นเหยื่อที่สำคัญในระบบนิเวศของสัตว์กินเนื้อ
เมื่อม้าลายต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากผู้ล่าเหยื่อ (predator) เช่น สิงโต ไฮยีนา (hyena) จระเข้ ม้าลายจะวิ่งหนีอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ม้าลายอาศัยอยู่เป็นฝูงเพื่อป้องกันตัวเอง
ม้าลายอยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) โดยที่ม้าลายทุ่งราบจัดอยู่ในกลุ่มใกล้ถูกคุกคาม ม้าลายภูเขาจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และม้าลายเกรวีจัดอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ม้าลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ การสูญเสียถิ่นที่อยู่ การแข่งขันกับปศุสัตว์เพื่อแย่งชิงทรัพยากร การล่าสัตว์ป่าเพื่อเอาเนื้อและหนังอย่างผิดกฎหมาย
ในปีล่าสุด (2568) รางวัลอีกโนเบล สาขาชีววิทยาได้มอบให้กับนักวิจัยชาวญี่ปุ่น (Tomoki Kojima, Kazato Oishi, Yasushi Matsubara, Yuki Uchiyama, Yoshihiko Fukushima, Naoto Aoki, Say Sato, Tatsuaki Masuda, Junichi Ueda, Hiroyuki Hirooka และ Katsutoshi Kino) ที่ร่วมกันทดลองเพื่อให้รู้ว่า วัวที่วาดด้วยลายทางคล้ายม้าลาย จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแมลงวันกัดได้หรือไม่


วรชัย ทองไทย

วรชัย ทองไทย

พิชฌ์นิพัทธ์ วิชัยโน