หากจัดอันดับประเทศที่สตรีมีบุตรน้อยที่สุดตลอดวัยเจริญพันธุ์ 15-49 ปี ปัจจุบันจะพบ 4 ประเทศในเอเชียติดอันดับ 1 ใน 20 ที่ครองแชมป์มีลูกน้อยที่สุดในโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไทย
อัตราเจริญพันธุ์รวม มักเป็นตัวชี้วัดที่ใช้เปรียบเทียบว่า ผู้หญิงชาติใดมีบุตรจำนวนมากหรือน้อยต่างกันอย่างไร เกาหลีใต้มีอัตราเกิดต่ำที่สุดในเอเชียและต่ำที่สุดในโลก สหประชาชาติ1คาดว่า ระหว่างปี 2020-2025 สตรีชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งจะมีบุตรเฉลี่ย 1.08 คนเท่านั้น อันดับสองในเอเชียคือสิงคโปร์ (1.24 คน) อันดับสามคือญี่ปุ่น (1.37 คน) ส่วนประเทศไทยเป็นอันดับสี่ในเอเชีย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คาดประมาณไว้ว่าผู้หญิงไทยคนหนึ่งจะมีบุตรเฉลี่ย 1.53 คนตลอดวัยเจริญพันธุ์2
การที่ประเทศหนึ่งมีเด็กเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และสัดส่วนประชากรวัยแรงงานอายุ 15-49 ปีลดลง จากเดิมในปี 2020 ที่ผู้สูงอายุคนหนึ่งมีประชากรวัยแรงงาน 3.6 คนเกื้อหนุน (ในระบบภาษี) แต่ปี 2040 จะลดลงเหลือเพียง 1.8 คนเท่านั้น3 ปรากฏการณ์นี้สร้างความไม่สมดุลระหว่างประชากรวัยแรงงานซึ่งเป็นผู้จ่ายภาษี และประชากรวัยพึ่งพิง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
เงินที่จัดสรรเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อเป็นเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพ สำหรับผู้ประกันตนหลังเกษียณอายุ ก็มาจากประชากรวัยแรงงานทั้งสิ้น เงินในกองทุนจะถูกนำไปดูแลผู้ประกันตนที่เกษียณอายุในปัจจุบัน (pay as you go) แต่เมื่อประชากรวัยแรงงานจะลดลงจาก 43.3 ล้านคนในปี 2020 เหลือเพียง 36.5 ล้านคน ในปี 2040 ในขณะที่ผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านคน เป็น 20 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน3 ความท้าทายของรัฐบาลคือ จะจัดสรรหรือบริหารเงินเข้ากองทุนประกันสังคมหรือกองทุนอื่น ๆ ให้เพียงพอ เพื่อดูแลประชากรหลังเกษียณอายุได้อย่างไร
นโยบายการควบรวมโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหนึ่งในผลกระทบอันเนื่องมาจากมีเด็กวัยเรียนลดลงอย่างมาก ประเทศไทยเคยมีเด็กเกิดใหม่ปีละมากกว่า 1 ล้านคนในช่วง พ.ศ. 2506-2526 แต่ปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่เพียงปีละกว่า 6 แสนคนเท่านั้น ในอนาคตเราอาจไม่เห็นโรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชน ครูในโรงเรียนหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะไม่มีเด็กนักเรียนให้สอนหนังสือกันอีกต่อไปแล้ว
ประชากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา งานวิจัย และรวมถึงการกีฬาด้วย คงจะดีไม่น้อย หากมีประชากรจำนวนมากและหลากหลายเพื่อเพิ่มโอกาสคัดสรรเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง เพื่อฝึกฝนให้เป็นนักกีฬาเก่ง ๆ แต่หากมีเด็กเกิดน้อย จนประชากรมีจำกัด ผู้เขียนคิดว่า..ในอนาคตเราอาจจะได้ช่วยกันโบกธงเชียร์กองทัพนักกีฬาหุ่นยนต์ที่ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแทนมนุษย์ก็เป็นได้.... “ไทยแลนด์สู้ ๆ”

Hubo หุ่นยนต์วิ่งคบเพลิงโอลิมปิกแทนมนุษย์ ในพย็องซัง ประเทศเกาหลีใต้ (PyeongChang 2018 Olympic Winter Games)
ที่มา: https://twitter.com/DennisHongRobot/สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2563
ที่มา
https://twitter.com/DennisHongRobot/อ้างอิง
: 1 United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. 2019. "World Population Prospects 2019”.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2563). สารประชากรมหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. Retrieved 17 ธันวาคม 2563 from http://www.ipsr.mahidol.ac.th/ipsrbeta/th/Gazette.aspx
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). การคาดประมาณประชากรของประเทศไทยพ.ศ. 2553-2583 (ฉบับปรับปรุง สิงหาคม พ.ศ. 2562). สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.


อภิชาติ จำรัสฤทธิรงค์

กัญญาพัชร สุทธิเกษม

กสิณา โอฬารริกสุภัค

อารี จำปากลาย

ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง

ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์

อมรา สุนทรธาดา

สุชาดา ทวีสิทธิ์

กาญจนา เทียนลาย

ปราโมทย์ ประสาทกุล

ปราโมทย์ ประสาทกุล

ศุทธิดา ชวนวัน

ดวงวิไล ไทยแท้

สุภรต์ จรัสสิทธิ์

จงจิตต์ ฤทธิรงค์

นงเยาว์ บุญเจริญ

สุชาดา ทวีสิทธิ์

สุภรต์ จรัสสิทธิ์